"ปิยะ" อธิบดี DSI ตามคาด จับตา 2 คดีดัง "ฮั้ว สว.-เขากระโดง"

การเมือง
13:14
จำนวนผู้ชม 73
Thai PBS
"ปิยะ" อธิบดี DSI ตามคาด จับตา 2 คดีดัง "ฮั้ว สว.-เขากระโดง"
ผู้ช่วย AI

ภาพจำที่คอการเมืองนึกถึงทันที เมื่อมีข่าว ครม. เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ 6 ราย รวมทั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีดีเอสไอ คือภาพเมื่อ 1 มี.ค.2569 ที่ ร.ต.อ.ปิยะ ไปยืนรอต้อนรับและยกมือไหว้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่สนามบินบุรีรัมย์

ในวันที่นายอนุทินไปเป็นประธานเปิดแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก หรือ โมโตจีพี ที่สนามแข่งชื่อดัง จ.บุรีรัมย์ ขณะ ร.ต.อ.ปิยะ เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ

แต่ที่เป็นประเด็นร้อน เพราะเขาเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. ที่มีมติ 5 ต่อ 2 สวนทางกับคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 เรื่อง คดีฮั้ว สว.

จึงเป็นเรื่องที่ถูกวิจารณ์ถึงความเหมาะสม และที่สำคัญ เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ Conflict of Interest หรือไม่ เพราะเป็นพื้นที่พิเศษ ผู้ไม่เกี่ยวข้องไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปได้ และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อน กกต. ชุดใหญ่จะมีมติในคดีฮั้ว สว.

แม้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะพยายามชี้แจงว่า การไหว้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย แต่การแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ เป็นอธิบดีดีเอสไอเป็นเรื่องของปลัดกระทรวง ที่พิจารณาตามความเหมาะสม

ทั้งปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกรณี "เด้ง" พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นอธิบดีดีเอสไอ ไปผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกฯ เพื่อปัดให้พ้นจากดีเอสไอ ซึ่งมีคดีทางการเมืองอยู่ในมือหลายเรื่อง

โดยแจงว่าเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น หลังจากนั่งอธิบดีดีเอสไอมานานถึง 1 ปี 8 เดือนแล้ว ท่ามกลางข้อสงสัยว่า คดีทางการเมืองควรต้องอาศัยความต่อเนื่องในการทำคดี มิใช่หรือ

ทั้งตั้งข้อสังเกต เหตุเพราะทำคดีสำคัญ อย่างข้อหาอั้งยี่ฟอกเงิน คดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ คดีฟอกเงินและอั้งยี่

ฮั้ว สว. ที่ดีเอสไอ รับทำคดีอยู่ และคดีเขากระโดง จ.บุรีรัมย์

คดีแรก แม้คอการเมืองส่วนหนึ่ง อาจไม่คาดหวังอะไรมาก เพราะแม้แต่ข้อหาผิด พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. ที่ กกต. รับผิดชอบ ยังออกมาสร้างความกังขา ส่งคำร้องพร้อมรายชื่อแค่ 77 คน จาก 229 คน ระดับ "บิ๊กเนม" รอดหมด

ส่วนคดีเขากระโดง ดีเอสไอรับเรื่องร้องเรียน เมื่อเดือน มิ.ย.2569 กรณีกล่าวหาการครอบครองพื้นที่รัฐและที่สาธารณะ รวม 20 จุด 33 บุคคลหรือนิติบุคคล เนื้อที่ประมาณ 245 ไร่ ล่าสุด อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลทางกฎหมาย

ส่วนกรณีข้อพิพาทบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของการรถไฟฯ บริเวณเขากระโดง เนื้อที่รวมกว่า 4,414 ไร่ ดีเอสไอส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไต่สวน เพราะดีเอสไอไม่มีอำนาจรับไว้เป็นคดีพิเศษ แต่คดีแพ่งและปกครองยังสู้ต่อในศาล

ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีที่เคยรับคดีดังกล่าวอยู่ ถูก "เด้ง" ไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกฯ พ้นออกไปจากดีเอสไอแล้ว

ทำให้อีก 1 ใน 6 ชื่อ ในการแต่งตั้งโยกย้ายของกระทรวงยุติธรรมล่าสุด ถูกดึงมาเกี่ยวโยงกับคดีเขากระโดงด้วย คือ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีราชทัณฑ์ ที่ถูกโยกกลับมานั่งเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ประวุธ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่มหาดไทยแต่งตั้งให้ตรวจสอบ กรณีอธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขากระโดงเมื่อ 22 ก.ค.2568 ลงนามโดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย สมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

ช่วงเวลานั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีมหาดไทย กับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรียุติธรรม จากพรรคประชาชาติ ที่ดูแลดีเอสไอ พยายามผลักดันให้ดีเอสไอเข้ามารับทำคดีฮั้วเลือก สว. กระทั่งนำไปสู่ร้องเรียนแทรกแซงครอบงำ และผิดจริยธรรมร้ายแรง

นอกจากคดีฮั้ว สว. แล้ว นายภูมิธรรม ยังพยายามเดินหน้าล้างบางกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งเดินหน้าทวงกรรมสิทธิ์ที่ดินคืน จากคดีเขากระโดง

พ.ต.ท.ประวุธ รองปลัดยุติธรรม ที่มีรายชื่อดังกล่าว สื่อบางสำนักรายงานว่า เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกับ พ.ต.ต.ยุทธนา และมีสัมพันธภาพที่แนบแน่นกับ พ.ต.อ.ทวี แต่ตอนนี้ ขั้วอำนาจในดีเอสไอ กำลังถูกเปลี่ยนแปลงล้างบางครั้งใหญ่

ดีเอสไอ ในยุคอธิบดีคนใหม่ จึงไม่พ้นถูกจับจ้องไปที่ฉากต่อไปของทั้งดีเอสไอ และ 2 คดีใหญ่ ดังกล่าว

อ่านข่าว :

ครม.ไฟเขียว ตั้ง "ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล" นั่งอธิบดี DSI

"รุทธพล" เผย DSI รอคำวินิจฉัย กกต.ก่อนส่งอัยการ คดีฮั้ว สว.