วันนี้ (7 พ.ย.2569) ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัวนายปริญทร หรือนายเล็ก ผู้ต้องหา พร้อมพวกรวม 4 คน พร้อมนำไปสอบสวนเพิ่มเติมที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งขณะควบคุมตัวสื่อมวลชนได้พยายามสอบถามนายเล็กว่ายอมรับทุกข้อกล่าวหาหรือไม่ นายเล็กไม่ตอบแต่ส่ายหน้าเมื่อถามย้ำว่า ปฏิเสธทุกข้อหาหรือไม่ นายเล็กได้พนักหน้าตอบรับ
สำหรับนายเล็กและพวกถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดภูเก็ต ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, ส่วนเครือข่ายอีก 3 คน คือนางเนตรสวรรค์ ภรรยา, น.ส.มณีสวรรค์ ลูกสาว และนายกฤณะ ลูกเขย ถูกจับตามหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
สืบเนื่องจากการที่นายเล็ก บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด นำที่ดินในเขตพื้นที่ป่าสงวน “หาดฟรีด้อม” ไปหลอกลวงขายให้กับประชาชน นักลงทุน โดยอ้างว่า เป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินมูลค่ามากกว่า 20 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินแต่กลับไม่ได้ทำกินในพื้นที่ และมาพบภายหลังว่า เป็นที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชนและพื้นที่ป่าสงวน
นอกจากนี้ นายเล็กยังมีพฤติกรรมการข่มขู่ผู้เสียหายด้วยการโพสต์ภาพอาวุธปืนในสื่อสังคมออนไลน์ และยิงปืนช่วงเวลากลางคืน ลักษณะข่มขู่ ทําให้ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความดําเนินคดีก่อนหน้านี้ด้วย
พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) ระบุว่า แม้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และให้การเลื่อนลอยเพราะผู้ต้องหาอาจจะไม่ทราบว่าตำรวจมีหลักฐานอะไร ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การ
ผบก.ปทส. ยืนยันว่า ตำรวจมีหลักฐานว่า ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของอาคารบริเวณหาดฟรีด้อมที่จะไปรื้อถอนเป็นที่ดินอะไร มีคนครองครอบหรือไม่ และ สค.1 ที่อ้างว่าครอบครองอยู่ จากข้อเท็จจริงพบว่า อยู่ที่อื่น ไม่ใช่หาดฟรีด้อม ข้ออ้างของผู้ต้องหาในหลายประเด็นพบว่า มีการสร้างหลักฐานเท็จและให้การเท็จ ซึ่งตำรวจก็จะดำเนินการต่อไป ส่วนกรณีผู้ต้องกาที่มีพฤติการณ์ที่มีการข่มขู่ พยานผู้เสียหายมีการโชว์ปืน ยิงปืนขู่ ตำรวจยืนยันว่าส่วนนี้จบแล้วแน่นอนไม่ต้องกังวล ผู้เสียหายสบายใจได้
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ ซึ่งได้ลงพื้นที่ภูเก็ตเมื่อประมาณกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกือบ 6 เดือน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความซับซ้อน ต้องตรวจสอบแนวเขตที่ดินและข้อมูลจากพื้นที่ข้างเคียงหลายแปลง เพื่อให้มีหลักฐานชัดเจนก่อนใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าดำเนินการรื้อถอน
นายสุชาติ ย้ำว่า เรื่องนี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ การนำพื้นที่หาดฟรีดอมกลับคืนเป็นที่สาธารณะ และการดำเนินคดีกับผู้ที่หลอกลวงประชาชนจนได้รับความเสียหาย สูญเสียเงินหลายสิบล้านบาท โดยมองว่าพื้นที่ชายหาดภูเก็ตมีมูลค่าสูง หากติดทะเลอาจมีราคาถึงไร่ละ 100 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ถัดออกไปอาจมีราคาประมาณ 40-60 ล้านบาท เมื่อคิดจากพื้นที่กว่า 65 ไร่ จึงมีมูลค่ารวมหลายพันล้านบาท ไม่ควรปล่อยให้กลุ่มบุคคลใดเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากที่ดินของรัฐและที่ดินของประชาชนสำหรับแผนการรื้อถอน นายสุชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (8 พ.ย.2569) เจ้าหน้าที่จะระดมกำลังจากกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมประมาณ 200 นาย พร้อมนำรถแบ็กโฮและเครื่องจักรเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและสิ่งกีดขวางในพื้นที่กว่า 20 รายการ จากนั้นนายสุชาติ ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้เสียหายที่มารอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่จับกุมนายเล็กที่หลอกขายที่ดินบนหาดฟรีด้อม
นายสุชาติ กำชับว่า ขอให้ไม่ต้องกลัวเรื่องอิทธิพล เพราะเป็นคำสั่งของนายกฯที่ให้ตนลงมาดูแล และความผิดของกลุ่มผู้ต้องหามีพยานหลักฐานความผิดชัดเจน หลังจากนี้ตนจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่มาประจำการที่หาดฟรีด้อมเพื่อปกป้องประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมย้ำว่า ต้องการเห็นหาดฟรีด้อมเป็นของประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง
ขณะที่ผู้เสียหาย ได้แสดงความกังวล เพราะนายเล็กมีอาวุธปืนที่เรียกว่า มีเป็นระดับ “คลังแสง” ซึ่งฝากความหวังให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ
นอกจากนี้ผู้เสียหายยังถามถึงการเยียวยาจากภาครัฐ เพราะมีผู้เสียหายหลายราย อย่างเช่นตนเสียหายแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
อ่านข่าว
2 รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่หาดฟรีดอม สั่งสอบ “น.ส.3” หลังพบอ้างสิทธิ์เก็บค่าลงหาด
นายกฯ เรียกถก "กิตติ์รัฐ-จิรภพ" สางปัญหานอมินีสวมสิทธิ์ที่ดิน
"เสี่ยเล็ก" เข้ารับทราบข้อกล่าวหา บุกรุกป่าหาดฟรีดอม ยันไม่ได้เก็บเงินค่าผ่าน
