ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"ป่าคลองแสง" บ้านปลอดภัยของ "นกชนหิน"

สิ่งแวดล้อม
14:44
2,662
"ป่าคลองแสง" บ้านปลอดภัยของ "นกชนหิน"
"คลองแสง-เขาสก" ผืนป่าสมบูรณ์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ บ้านหลังใหญ่ของนกชนหิน 1 ใน 13 ชนิดของนกในวงศ์นกเงือกที่พบในไทย ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำวิจัยเก็บข้อมูลป้องกันความเสี่ยงสูญพันธุ์ พร้อมดึงชาวบ้านเป็นแนวร่วมอนุรักษ์

13 ก.พ.ของทุกปี ตรงกับ "วันรักนกเงือก" นกชนิดสำคัญที่พบในไทยทั้งหมด 13 สายพันธุ์ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า เพราะนกเงือกเป็นนักปลูกป่า ด้วยการกินผลไม้สุกเป็นอาหารมากกว่า 300 ชนิด นำพาเมล็ดพันธุ์งอกกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ แต่กลับเกิดข่าวสะเทือนใจของนักอนุรักษ์เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบการล่านกชนหินในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ตายถึง 4 ตัว ทำให้เจ้าหน้าที่และนักอนุรักษ์ในหลายพื้นที่ที่เป็นถิ่นอาศัยของนกสำคัญชนิดนี้ ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อปกป้องคุ้มครองและรักษาลมหายใจของนกเงือก

วันนี้ (13 ก.พ.2563) เกรียงศักดิ์ ศรีบัวรอด หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง จ.สุราษฎร์ธานี เล่าว่า คลองแสง-เขาสก เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก โดยสำรวจพบนกป่า นกน้ำ นกชายเลน ไม่ต่ำกว่า 400 ชนิด ที่สำคัญคือ “นกชนหิน” ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของนกเงือก โดยในพื้นที่ใช้เทคโนโลยี การเฝ้าติดตาม และกระบวนการศึกษาวิจัยที่ก้าวหน้าขึ้น ปี 2562 พบนกชนหิน 5 คู่ และยังไม่จับคู่ 13 ตัว แต่ปัจจัยที่นกชนหินไม่เพิ่มประชากร หรือสถานภาพยังน่าเป็นห่วง เพราะการเลือกโพรงรัง ไม่ใช่ว่าแบบใดก็ทำได้ ซึ่งนกมีลักษณะหัวหนัก โหนกหัวตัน โพรงรังต้องมีโหนกมีปุ่มมีปมเพื่อใช้เกาะ

โพรงรังแบบนี้ค่อนข้างหายาก นกใช้ต้นกระบากทำรัง ที่นี่มีนกเงือก 8 ชนิด ไม่สามารถสร้างรังเองได้ ต้องใช้โพรงรังตามธรรมชาติ ซึ่งมีนี้ห่วงเรื่องอากาศแล้ง แต่พบว่าไทรยังพอออกอยู่

ภารกิจเฝ้า “นกชนหิน”

นกชนหินเป็นนกหายากและต้องเลือกโพรงรังที่เหมาะสมเท่านั้น คือ กว้างไม่ต่ำกว่า 80 เซนติเมตร ทำให้ทีมนักวิจัยต้องเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อเก็บข้อมูลของนกโดยละเอียดทั้งลักษณะโพรงรัง การหากิน และดูแลลูกน้อย รวมทั้งป้องกันภัยคุกคามจากมนุษย์

ขอปกปิดที่อยู่นก เพราะที่ จ.นราธิวาสพบการล่า แต่ที่นี่มั่นใจยังอยู่ดี ไม่มีการล่า หากมีนักดูนกเข้ามา เราจะต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย

ทีมนักวิจัยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดละ 3 คน สับเปลี่ยนกันเก็บข้อมูลตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เพราะปีนี้นกเข้ารังเร็ว ขณะที่ปีที่แล้วพบรายงานใหม่ ว่า นกชนหินตัวเมียออกจากโพรงรังก่อนลูกถึง 2 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับพื้นที่ป่าบูโด หรือป่าฮาลาบาลา ที่ตัวเมียออกก่อนลูก 1 วัน เนื่องจากปัจจัยต้นสยาใหญ่กว่าต้นกระบาก ที่เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.78 เซนติเมตร แต่ไม่พอสำหรับนก 2 ตัว

สำรวจก่อนเข้ารังนาน 6 เดือน

พฤติกรรมของนกชนหินในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ตัวผู้จะเข้ามาสำรวจหาที่ทำรังก่อนและแหล่งอาหาร จากนั้นตัวเมียจะตามมาดู เพราะเข้าไปอยู่ในรังนาน 6 เดือน ลักษณะพื้นต้องอยู่ต่ำกว่าปากโพรงไม่เกิน 25 เซนติเมตร เพราะนกตัวเมียต้องขับถ่ายหันทางปากโพรง

เมื่อปิดปากโพรงหากเกิดอะไรขึ้นกับนกตัวผู้ ตัวเมียก็จะต้องตายด้วย เพราะไม่สามารถพังรังและบินออกมาได้ โดยใช้เวลากกไข่นาน 5-7 สัปดาห์ และเลี้ยงลูกอีก 5 เดือนจึงจะออกจากรังได้ ซึ่งนกตัวผู้มีหน้าที่ป้อนอาหาร โดยสังเกตพฤติกรรมของพ่อนกที่บินมาป้อนอาหาร หากป้อนถี่ขึ้นสะท้อนว่าขนาดของลูกใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะกินลูกของต้นไทร หรือสัตว์เล็ก เข่น กิ่งก่า งู ด้วง

เมื่อลูกนกตัวโตขึ้น พ่อต้องป้อนอาหารมากขึ้นมาถี่ขึ้น ตัวผู้จะโทรมมาก ขนหางหลุด หน้าเริ่มซีด เพราะกลางวันเป็นช่วงที่ร้อนที่สุด

ดึงชาวบ้านร่วมอนุรักษ์

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช นำระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART PATROL SYSTEM) มาใช้ร่วมกับการทำงานในเชิงรุก ทำให้ปัจจุบันไม่พบการลักลอบล่าสัตว์ป่าในผืนป่าแห่งนี้

วิโรจน์ โรจนจินดา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสก เล่าว่า อุทยานแห่งชาติเขาสก เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าคลองแสง-เขาสก มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม เป็นตัวแทนป่าดิบชื้นทางภาคใต้ มีสัตว์ป่าที่สำคัญ เช่น สัตว์ป่าสงวน 4 ชนิด คือ แมวลายหินอ่อน เก้งหม้อ เลียงผา และสมเสร็จ และพืชหายาก เช่น กกเขาสก เทียนสิรินธร ดอกบัวผุด โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายของกรมอุทยานฯ ตั้งแต่เยาวชนในโรงเรียน เครือข่ายด้านการอนุรักษ์ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เดินลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ ส่วนกลุ่มมัคคุเทศก์ ชมรมเรือ จะดูแลเก็บขยะและรักษาความสะอาดในจุดท่องเที่ยว

"ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ" สำรวจพบพืชพันธุ์ใหม่

การลาดตระเวนเชิงคุณภาพตลอดทั้งปี ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 90 ของป่าเขาสก 460,000 ไร่ เหลือเพียงพื้นที่เขาหินปูนสูงชัน ซึ่งยากลำบากในการเข้าถึงพื้นที่ จากนั้นจะนำผลมาวิเคราะห์วางแผนลาดตระเวน ทำให้รักษาความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าได้ อีกทั้งไม่พบการบุกรุกเพิ่มเติม เนื่องจากวิเคราะห์วางแผนว่าพบปัจจัยคุกคามในจุดใดบ้าง เช่น ร่องรอยมนุษย์ แร้วดักสัตว์ ปลอกกระสุนปืน แต่ส่วนใหญ่เป็นร่องรอยเก่าบริเวณรอยต่อเขตอุทยานฯ กับหมู่บ้าน เพราะขณะนี้ชาวบ้านได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและอาชีพเป็นไกด์ท้องถิ่น สร้างรายได้มั่นคงกว่าการลักลอบล่าสัตว์ป่า

เส้นทางที่ยังมีปัจจัยคุกคามต้องลาดตระเวนถี่ขึ้น เมื่อปัจจัยคุกคามลดลงจึงเปลี่ยนเส้นทาง รวมทั้งนำข้อมูลมาวิเคราะห์พันธุ์ไม้ที่เพิ่งได้รับการสำรวจ เช่น ดอกบัวผุด ตามข้อมูลเคยคิดว่าออกดอกในช่วง พ.ย. – ม.ค. แต่เมื่อเดินสำรวจพบว่าดอกบัวผุดออกดอกทั้งปีในป่าลึกที่มีความอุดมสมบูรณ์

คลองแสง-เขาสก มีพื้นที่รวมกันมากกว่า 2,000,000 ไร่ มีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งภูเขาสูงวางสลับซับซ้อน เขาหินปูนวางทอดยาวจาก จ.ชุมพร ต่อเนื่องถึง จ.กระบี่ มีป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง คือ เขื่อนรัชชประภา จึงถือได้ว่าป่าคลองแสง-เขาสก เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ปรีดา” ทุ่มเททั้งชีวิตพิทักษ์นกเงือกเขาบูโด 

"นกชนหิน" ถูกล่าตัดหัว สังเวยค่านิยมเครื่องประดับ 

กรมอุทยานฯ ดัน "นกชนหิน" เป็นสัตว์ป่าสงวน