"สมชาย" หนุนรูปแบบ คกก.ปรองดอง 7 ฝ่าย | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

"สมชาย" หนุนรูปแบบ คกก.ปรองดอง 7 ฝ่าย

การเมือง
3 พ.ย. 63
10:51
198
Logo Thai PBS
"สมชาย" หนุนรูปแบบ คกก.ปรองดอง 7 ฝ่าย
"สมชาย" สนับสนุนรูปแบบ คกก.ปรองดอง 7 ฝ่าย ให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน ไม่ฟันธง ส.ว. รับหลักการแก้ไข ม.256

วันนี้ (3 พ.ย.63) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงโครงสร้างคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ โดยสนับสนุนให้ใช้รูปแบบที่ 1 คือ คณะกรรมการที่ประกอบด้วยทุกฝ่ายรวม 7 ฝ่าย เพื่อเปิดให้ทุกฝ่ายพูดคุยกันได้ รวมถึงตัวแทนผู้ชุมนุม ฝ่ายเห็นต่างกับผู้ชุมนุม และนักวิชาการทุกแนวคิด ซึ่งบางเรื่องต้องเป็นการพูดคุยกันภายในเพราะการเจรจากันผ่านการถ่ายทอดสดเหมือนปี 2553 ไม่สำเร็จ

ส่วนรูปแบบที่ 2 คือ รูปแบบคณะกรรมการจากคนนอก นายสมชาย กล่าวว่า เป็นอีกรูปแบบที่มีความเป็นไปได้แต่ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการชุดนายคณิต ณ นคร หรือชุด นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ที่เป็นคณะกรรมการจากคนนอกทั้งหมด แม้มีรายงานผลสรุปที่ดีแต่ถูกเลือกใช้แค่บางประเด็นเท่านั้นเพราะไม่สามารถผูกมัดเป็นฉันทามติให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามได้

สำหรับบางฝ่ายที่ระบุว่า จะต้องมีการหารือกันเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ในคณะกรรมการชุดนี้ นายสมชาย กล่าวว่า หากจะพูดในเวทีวิชาการสามารถทำได้แต่ส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยเพราะหลายเรื่องที่จำเป็นต้องปฏิรูป ทั้งการเมือง การยุติธรรม การศึกษา ก็ยังไม่มีการปฏิรูป ซึ่งส่วนตัวตนเองเห็นด้วยกับข้อเสนอหลายอย่างของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เช่นกันยกเลิกสายสาขาวิชา หรือ การปรับเรื่องทรงผม และหวังให้นักเรียนนิสิตนักศึกษาเคลื่อนไหวตรวจสอบการคอรัปชันในทุกระดับแต่เรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ หากจะมีการพูดคุยกันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ

นายสมชาย กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาประเทศตามข้อเรียกร้อง แม้นายกรัฐมนตรีลาออกก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะมีหลายเรื่องต้องแก้ปัญหาก่อน เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่รัฐสภาช่วงกลางเดือนนี้ ส่วนตัวให้ความเห็นไปแล้วว่า หากจะแก้ไขรายมาตราเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เช่นกรณียกเลิก ส.ว.ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี หรือการแก้ไขระบบเลือกตั้ง

ส่วนกระแสที่ กล่าวว่า ส.ว.มีแนวโน้มเห็นชอบหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นายสมชาย กล่าวว่า การยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ยังมีปัญหาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่สามารถบอกแนวโน้มการลงมติมาตรา 256 เพราะเป็นเอกสิทธิ์ ของ ส.ว.แต่ละคนในการลงมติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง