ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​

ภูมิภาค
10:08
จำนวนผู้ชม 584
ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​
รศ.น.สพ.ดร.ฉัตรโชติ ทิตาราม หัวหน้าศูนย์วิจัยช้างและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายสถานการณ์ช้างในประเทศไทยเนื่องในโอกาสวันช้างไทย 13 มีนาคม 2565 ล่าสุดยังเผชิญวิกฤตโควิด-19
ภาพประกอบข่าว ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​

 

ช้างป่าที่พบเห็นตามข่าวเป็นประจำ คือ ความขัดแย้งระหว่างคน และช้าง โดยเฉพาะบริเวณผืนป่าตะวันออก รอยต่อ 5 จังหวัด ที่มีช้างออกมานอกพื้นที่ป่าไปกินพืชผลพืชไร่ของชาวบ้านมากขึ้น

มีการไล่ช้างให้กลับคืนสู่ป่า ช้างเองก็จะเกิดความเครียดว่า เขากินอยู่ แต่ทำไมถูกไล่ อาจปานปลาย ทำให้มีชาวบ้านยิงช้าง การวางยาช้าง หรือ มีการใช้บ่วงแร้วดัก

ภาพประกอบข่าว ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ปี 2564 มีช้างป่าตาย 9 ตัว และ มีคนเสียชีวิตจากการถูกช้างทำร้าย 17 คน ซึ่งเป็นข้อมูลจากเพจเว็บไซต์ เสียงคนเสียงช้าง

เมื่อเทียบกับปี 2563 แล้ว พบว่าจำนวนทั้งช้างและคนที่เสียชีวิตจากปัญหาความขัดแย้ง สูงขึ้นเป็น 2 เท่า และมีแนวโน้มจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมธิการวิสามัญขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคน และช้างป่า

ภาพประกอบข่าว ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​

 

สำหรับข้อเสนอที่จะทำให้ปัญหาคลี่คลายลงก็คือต้องสร้างความรู้และความเข้าใจ โดยเฉพาะการให้การศึกษากับประชาชนว่า ช้างป่ามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ลักษณะพฤติกรรมเป็นอย่างไร เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือให้คนและช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

ภาพประกอบข่าว ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​

 

ส่วนช้างบ้าน หรือ ช้างเลี้ยง ปัญหาที่ชัดเจนคือ ช้างในธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม 2563 จนใกล้จะถึงวันช้างไทยในปี 2565 ผ่านมาทั้งหมดใกล้จะ 2 ปีแล้ว นักท่องเที่ยวยังลดลง นักท่องเที่ยวต่างชาติแทบจะไม่มีเลย ปางช้างเพื่อการท่องเที่ยว หลายปางปิดตัวลงไป จำนวนช้างในแต่ละปางก็ลดลงไปด้วย

ช้างเหล่านี้ต้องกลับบ้านเกิด ทั้งช้างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งช้างของกลุ่มชาติพันธ์ในภาคเหนือ ก็นำช้างกลับไปอยู่ตามดอยต่างๆ

ภาพประกอบข่าว ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​

 

ผลการศึกษาของศูนย์วิจัยช้าง และสัตว์ป่าคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบผลกระทบที่ชัดเจนต่อตัวช้างอันดับแรก คือลักษณะของคะแนนร่างกายที่ลดลง

ช้างส่วนใหญ่มีสภาพร่างกายผอมลง จากช้างที่อ้วนๆ ก็ผอมลงอยู่กลางพอดี แต่ก็มีหลายเชือกที่พบว่าผอมลง จนส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

ภาพประกอบข่าว ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​
เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว การให้อาหารช้างก็ลดลง โดยเฉพาะอาหารที่เป็นอาหารเสริม เช่น กล้วย อ้อย ฟักทอง แตงโม แต่เนื่องจากอาหารประเภทนี้เป็นอาหารที่มีน้ำตาล ดังนั้นการลดลงกลับส่งผลดีต่อร่างกาย

อีกหนึ่งปัญหาคือควาญช้างลดลง ปกติทั่วไปก่อนที่จะเกิดปัญหาโควิด-19 ควาญช้าง 1 คน จะดูแลช้าง 1 เชือก แต่จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันควาญช้าง 1 คนจะดูแลช้างตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 5 เชือก

การดูแลเอาใจใส่และการพาช้างไปเดินลดลง หากมีแผล หรือ ตาเจ็บ ควาญช้างอาจไม่สามารถสังเกตเห็น ทำให้ช้างเกิดปัญหาสุขภาพตามมา

ภาพประกอบข่าว ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​

 

นอกจากนี้ช้างยังถูกผูกอยู่ในที่เดิมมากขึ้น จากปกติช้างจะออกไปทำงานออกไปมีกิจกรรมกับนักท่องเที่ยว อาจจะเดินไปไกล 5-10 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันช้างผูกอยู่เป็นหลักและรอเพียงการกินอาหาร เมื่อช้างไม่ได้ไปไหนก็เกิดความเครียด เบื่อหน่าย คำแนะนำคือควาญช้างควรพาช้างออกไปเดิน ออกไปทำงาน ออกไปในกิจกรรมต่างๆ

ภาพประกอบข่าว ช้างป่า ช้างบ้าน ยังเผชิญวิกฤตโควิด  แต่ยังหวังแสงสว่างปลายอุโมงค์​

 

สำหรับสถานการณ์ที่ โรค covid 19 กำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น การท่องเที่ยวและการเดินทางน่าจะเพิ่มมากขึ้น แต่นักวิชาการเชื่อว่า นักท่องเที่ยวจะเลือกท่องเที่ยวปางช้างที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปางช้างที่ดูแลช้างเป็นอย่างดี จัดการปางช้างอย่างมีมาตรฐาน ปางช้างจึงต้องปรับตัว ทำอย่างไรให้สุขภาพ และสวัสดิภาพช้างดีขึ้น

เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยว ก็น่าจะเปลี่ยนเป็นนักเที่ยวที่มีคุณภาพ มีกำลังจ่ายสูงขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งก็กลายเป็นความหวังว่าการท่องเที่ยวที่จะกลับมา จะมีจำนวนเม็ดเงินที่เพิ่มมากขึ้นด้วย และ รายได้ที่เพิ่มขึ้น ก็ควรจะย้อนกลับไปสู่ช้างและควาญช้างให้มีสวัสดิภาพดีขึ้นด้วยเช่นกัน