วันนี้ (31 ส.ค.2568) ศบ.ทก. รายงานสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุว่า บันทึกเหตุการณ์พิพาทบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 30 ส.ค.2568 ตามรายงานจาก กองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังบูรพา ได้สรุปเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ดังนี้
สถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 โดยรวม มีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของทหารฝ่ายกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบโดรนบริเวณพื้นที่ช่องบก 1 ลำ และอยู่ระหว่างการติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างใกล้ชิด
กองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมพร้อมในการตอบโต้ตามสถานการณ์
กรณีข้อกล่าวหาฝ่ายกัมพูชาต่อการใช้สารพิษของฝ่ายไทย
ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อออนไลน์ของกัมพูชา มีการเผยแพร่ภาพทหารกัมพูชาสวมใส่หน้ากากป้องกันสารพิษ พร้อมกล่าวอ้างว่ากองทัพไทยอาจมีการใช้อาวุธเคมีและสารพิษในการปฏิบัติการทางทหารนั้น
กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง ฝ่ายไทยไม่เคยมีนโยบาย และไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธเคมีหรือแก๊สพิษ ในการปฏิบัติการทางทหารแต่อย่างใด การนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนภายในกัมพูชาเอง
ประเทศไทยยึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention - CWC) และไม่เคยมีการพัฒนา ผลิต ครอบครอง หรือใช้อาวุธเคมีในทุกกรณี อีกทั้งยังให้ความสำคัญต่อหลักมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
“กัมพูชาละเมิด! ไทยชูหลักฐานต่อยูเอ็น – พิทักษ์เอกราชด้วยความชอบธรรมแห่งกฎหมาย”
ไทยยื่นหลักฐานการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยกัมพูชาต่อเลขาธิการสหประชาชาติ ย้ำความมุ่งมั่นแก้ปัญหาโดยสันติ
วันที่ 28 ส.ค.2568 นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เข้าพบหารือกับนาย António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ เกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา
ประเด็นสำคัญของการหารือคือ การขอรับคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยกัมพูชา ซึ่งประเทศไทยดำเนินการตามข้อบทที่ 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา เอกอัครราชทูตฯ ได้มอบหลักฐานเชิงประจักษ์และเอกสารประกอบ
นอกเหนือจากเอกสารดังกล่าว คณะผู้แทนไทยได้แสดงหลักฐานภาพเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาที่แสดงวิธีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและลักลอบฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตแดนไทย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ส.ค.2568 ส่งผลให้มีจำนวนทหารที่ ต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ทหารอาชีพ 6 นาย
นอกจากนี้ ได้หยิบยกสถานการณ์ภายหลังการบรรลุความตกลงหยุดยิง พร้อมแสดงความขอบคุณประธานอาเซียนสำหรับการอำนวยความสะดวกดังกล่าว และยืนยันความยึดมั่นในการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงความท้าทายหลายประการ รวมถึงการยั่วยุและเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่บ่อนทำลายความมั่นคง
แต่ท่ามกลางความท้าทาย ยังมีพัฒนาการเชิงบวกจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ครั้งล่าสุด 1 วันก่อนหน้า ซึ่งนำมาสู่ข้อตกลง 11 ข้อ เพื่อลดความตึงเครียดทางการทหารและส่งเสริมการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการขับเคลื่อนกลไกการหารือทวิภาคี
เลขาธิการสหประชาชาติได้รับทราบหลักฐานที่ไทยนำเสนอและให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเหมาะสม โดยหน่วยงานด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของสหประชาชาติ (United Nations Mine Action Service: UNMAS) พร้อมให้การสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด อีกทั้งยังชื่นชมการแก้ไขปัญหาอย่างสันติของประเทศไทยผ่านช่องทางทวิภาคีและพหุภาคีอย่างต่อเนื่อง และขอให้ทั้งสองฝ่ายหารืออย่างสร้างสรรค์ต่อไป
สรุปสถานการณ์ผู้ได้รับผลกระทบ (ยอดสะสมถึงวันที่ 30 ส.ค.2568)
1.พลเรือน / เสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บ 39 ราย รวมทั้งสิ้น 53 ราย
2.ทหาร / เสียชีวิต 18 นาย บาดเจ็บ 274 นาย รวมทั้งสิ้น 292 นาย
วันที่ 30 ส.ค. กองกำลังบูรพา ฉก.อรัญประเทศ ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 กองพันทหารม้าที่ 30 เปิดเผยว่า จากการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ควบคุมตัวชาวกัมพูชาได้ 38 คน ขณะลักลอบเข้าเมือง โดยพบในไร่อ้อยที่บ้านโนนขี้เหล็ก ต.ผ่านศึก ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 2 กิโลเมตร
เป็นชาย 20 คน หญิง 17 คน ติดตามหญิง 1 คน (เด็ก) ทั้งหมดให้การว่า เดินทางมาจากประเทศกัมพูชา และลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อหางานทำในประเทศไทย เนื่องจากฝั่งประเทศกัมพูชา ประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อมาหาเลี้ยงชีพในต่างแดน เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงวิกฤตเศรษฐกิจ ที่กำลังคุกคามประชาชนชาวกัมพูชาอย่างรุนแรง และเป็นเรื่องที่รัฐบาลกัมพูชา ต้องหันมาให้ความสำคัญเร่งด่วน
อ่านข่าว : ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ เริ่มแล้ว ยันไม่เอา "ระบอบทักษิณ" ไม่รับ "ชัยสิริ" เป็นนายกฯ
"ภูมิธรรม" ตั้ง ศบ.ทก.หลังปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ เพื่อให้การทำงานต่อเนื่อง
โพลเผย "ดัชนีการเมืองไทย" สิงหาคม 2568 ต่ำในรอบ 20 เดือน