ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เปิดภาพลูกช้าง "ธันวา" บาดแผลถลอก บอบช้ำ-ห่วงเสี่ยงไตวาย

สิ่งแวดล้อม
15:41
1,986
เปิดภาพลูกช้าง "ธันวา" บาดแผลถลอก บอบช้ำ-ห่วงเสี่ยงไตวาย
"หมอล็อต" อัปเดตอาการ "ลูกช้างธันวา" หลังรับตัวจากป่ามารักษาตัวที่บึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี มีบาดแผลถลอกเต็มตัว ใช้เลเซอร์รักษา แต่ยังระบม ลุกนั่งยังร้องเจ็บปวด ห่วงขาดน้ำนาน เร่งให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ กังวลความเสี่ยงไตวาย

ความคืบหน้ากรณีการรักษาลูกช้างป่าตัวเมียชื่อ "น้องธันวา" หลังได้รับบาดเจ็บในป่าลึกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี โดยเคลื่อนย้ายมารักษาที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี 

วันนี้ (9 ธ.ค.2565) นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่จากเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ร่วมกันดูแล "น้องธันวา" อย่างใกล้ชิด

เบื้องต้นพบมีบาดแผลทั่วทั้งตัวนับไม่ถ้วน บอบช้ำ ซึ่งน่าจะเกิดการกระแทก และลื่นจนมีบาดแผลเต็มตัว ที่กังวลที่สุดคือสภาพกล้ามเนื้อ กระดูกเอ็น ฟกช้ำมาก เรียกว่าเอามือแตะตรงไหน หรือลูกช้างจะลุก จะยืน จะเดิน หรือนอนก็ระบมจนร้องเพราะความเจ็บปวด

ทั้งนี้สันนิษฐานว่า น้องธันวา อาจตกมากระแทกจนฟกช้ำ ยังไม่ชัดว่าพลัดมากับน้ำหรือไม่ จนทำให้เกิดการพลัดหลงจากแม่และโขลง เพราะช่วงที่ไปเจอลูกช้างในพื้นที่ก็มีฝนตกหนัก

บาดแผลภายนอกทั่วร่างกายไม่น่ากังวล เพราะใช้เลเซอร์ในการรักษาได้ แต่ที่น่าห่วงคือสะดือมีแผลอักเสบเป็นหนอง อีกทัั้งจากการประเมินอาการแล้ว ยังมีความกังวลในส่วนของค่าการสลายของกล้ามเนื้อ สภาวะที่อาจเกิดไตวายเฉียบพลันได้

อ่านข่าวเพิ่ม ใช้เฮลิคอปเตอร์ย้าย "ธันวา" ลูกช้างบาดเจ็บแม่ทิ้งป่าลึกมาบึงฉวาก

ร่างกายขาดน้ำ-ห่วงไตวายเฉียบพลัน

นายสัตวแพทย์ภัทรพล กล่าวอีกว่า ลูกช้างธันวา ถึงแม้ตอนนี้จะกินนมได้ดี แต่เนื่องจากร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานาน ซึ่งแสดงอาการได้ชัดจากสภาพให้เห็นเนื้อซูบผอม เนื้อติดหนัง และเห็นหัวกะโหลก ประกอบกับผลตรวจเม็ดเลือดแดงอัดแน่น แสดงว่าเลือดข้น บ่งชี้ว่าแสดงว่าน้ำในร่างกายมีน้อย ทำให้ตอนนี้ต้องเร่งชดเชยสารน้ำ และวิตามินเข้าทางหลอดเลือดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

ปฏิบัติการครั้งนี้ ต้องชื่นชมการตัดสินของผู้ใหญ่ใน ทส. ที่ใช้อากาศยานในการเคลื่อนย้ายลูกช้างมารักษาใกล้หมอเร็วที่สุด เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ร่างกายอ่อนแอโอกาสที่จะติดเชื้อได้

ทั้งนี้กรมอุทยานฯ มีทีมสัตวแพทย์ 2 คนคือ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และ น.ส.ธนภัทร แย้มสุวรรณ สัตวแพทย์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากเขื่อนศรีนครินทร์อีก 3-4 คน ที่ดูแลเฝ้าอาการน้องธันวาตลอด 24 ชั่วโมง

โดยจะมีการป้อนนม เอาผ้าเช็ดตัว กางมุ้ง ดูแลอย่างใกล้ชิด สภาพเหมือนอยู่ในห้องไอซียู การประเมินก็ยังมีความหวัง ห่วงเรื่องไตอย่างเดียว ตอนนี้ทีมวางแผนการรักษาและดูแลน้องธันวาอย่างดีที่สุด 

ตารางการรักษา "น้องธันวา" 

  • ทำการให้สารน้ำเข้าทางหลอดเลือดดำ และใต้ผิวหนัง
  • ให้กินนมผงชนิด Enfalac ผสมยาขับลมชนิดไกรวอเตอร์ ทุก 2 ชม. เน้นกินน้อยแต่บ่อยครั้ง (กินปริมาณน้อยครั้งละ 300 มิลลิลิตร เนื่องจากกังวลสภาวะท้องอืดที่อาจจะเกิดตามมาได้ ถ้าให้ปริมาณมากเกินไปในแต่ละครั้ง
  • ให้วิตามินบำรุงแบบฉีดใต้ผิวหนัง
  • ให้เกลือแร่ ชนิด ORS แบบกิน
  • ให้เดินออกกำลังกายบนสนามหญ้าแบบไม่หักโหม (เช้า-เย็น)
    หวังผลกระตุ้นการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร เพื่อป้องกันอาการท้องอืด
  • ยังคงมีอาการถ่ายเหลว และมีเนื้ออุจจาระเล็กน้อย
  • ยังไม่สามารถลุกขึ้นนั่ง หรือยืนเองได้ ต้องได้รับการพยุงตัว แต่พบว่าบางช่วงมีเรี่ยวแรงในการดันตัวเองขึ้นจากการนอนและเรี่ยวแรงการเดินที่ดีขึ้นจากเดิม
  • ทำการเลเซอร์รักษาแผลบริเวณทั่วทั้งลำตัว และลดอักเสบแผลบริเวณสะดือ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใช้เฮลิคอปเตอร์ย้าย "ธันวา" ลูกช้างบาดเจ็บแม่ทิ้งป่าลึกมาบึงฉวาก