รอเคาะ 14 ธ.ค.นี้ แยกจัดสรรงบ "บัตรทอง" ส่วนบริการผู้ป่วย

สังคม
14:56
จำนวนผู้ชม 434
รอเคาะ 14 ธ.ค.นี้ แยกจัดสรรงบ "บัตรทอง" ส่วนบริการผู้ป่วย
บอร์ด สปสช. นัดถก 14 ธ.ค.นี้ ปม "อนุทิน" ยังไม่ลงนามหลักเกณฑ์จัดสรรงบบัตรทองปี 2566 วงเงิน 204,140 ล้าน ชี้รอความทางกฎหมายเกี่ยวกับงบส่วนส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 21,000 ล้าน ยันไม่กระทบประชาชน และโรงพยาบาล

วันนี้ (12 ธ.ค.2565) นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) ยังไม่ลงนามในหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2566 ทำให้ยังไม่มีการจัดสรรงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรืองบบัตรทอง ลงไปยังหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลต่างๆ

รองปลัดสธ.ระบุว่า สาเหตุจากการนำงบบริการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคไปใช้ให้บริการนอกเหนือจากสิทธิบัตรทอง คือสิทธิสวัสดิการข้าราชการและประกันสังคม อาจไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และภารกิจตามที่ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2545 ซึ่ง สธ.ร่วมกับ สปสช.หารือคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการกฤษฎีกา และอยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีความชัดเจน

นพ.พงศ์เกษม กล่าวว่า ขณะนี้ สธ.และสปสช.เร่งแก้ไขปัญหา โดยประชาชนต้องไม่ได้รับผลกระทบ โดยให้หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง จัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามปกติ โรงพยาบาลไม่เดือดร้อน และต้องเป็นไปตามกฎหมาย

ภาพประกอบข่าว รอเคาะ 14 ธ.ค.นี้ แยกจัดสรรงบ

จากการหารือนอกรอบเมื่อสัปดาห์ก่อน เลขาฯ สปสช. เห็นชอบตรงกันเรื่องข้อเสนอให้แยกจัดสรรเงินบริการประเภทผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน และรายการอื่นๆ ไปให้หน่วยบริการก่อน เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อหน่วยบริการ

งบบัตรทองปีงบประมาณ 2566 วงเงิน 204,140.03 ล้านบาท เป็นงบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ที่รอการพิจารณาทางข้อกฎหมายเพียง 21,381.11 ล้านบาท หรือ 10%

นอกจากนี้ งบส่วนอื่นๆ ที่ขอให้แยกจัดสรรเป็นงบส่วนใหญ่ เช่น งบเหมาจ่ายรายหัว 161,602.67 ล้านบาท ค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 3,978.48 ล้านบาท ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 9,952.18 ล้านบาท 

ภาพประกอบข่าว รอเคาะ 14 ธ.ค.นี้ แยกจัดสรรงบ

ยันไม่กระทบประชาชน-โรงพยาบาล 

ขณะนี้โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข ยังดำเนินการตามปกติ ส่วนใหญ่มีงบฯ พอรองรับการดำเนินงาน ระหว่างนี้หากโรงพยาบาลใด มีข้อติดขัดขอให้แจ้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาในระดับจังหวัด และรายงานผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขประจำเขตสุขภาพ แก้ไขปัญหาในระดับเขตสุขภาพ

บอร์ด สปสช.จะมีการประชุมในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ หากมีมติให้แยกจัด สรรงบตามที่กระทรวงเสนอ คาดว่าหน่วยบริการจะได้รับจัดสรรงบส่วนใหญ่สำหรับดูแลประชาชนภายในปลายเดือนธ.ค.นี้