เม.ย.ร้อนจัด! ทุก 1 องศาฯ ที่เพิ่มขึ้นแอร์กินไฟเพิ่ม 3% | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

เม.ย.ร้อนจัด! ทุก 1 องศาฯ ที่เพิ่มขึ้นแอร์กินไฟเพิ่ม 3%

เศรษฐกิจ
21 เม.ย. 66
10:32
703
Logo Thai PBS
เม.ย.ร้อนจัด! ทุก 1 องศาฯ ที่เพิ่มขึ้นแอร์กินไฟเพิ่ม 3%
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
นายกรัฐมนตรี สั่งดูแลค่าไฟฟ้าใกล้ชิด เร่งหาแนวทางช่วยประชาชน พบเดือน เม.ย.นี้ อากาศร้อนจัดทะลุ 40 องศาฯ กทม.-นนทบุรี-สมุทรปราการ ใช้ไฟฟ้าสูงสุด 8,904.66 เมกะวัตต์ ชี้ทุก 1 องศาฯที่เพิ่มขึ้นแอร์กินไฟเพิ่ม 3%

วันนี้ (21 เม.ย.2566) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์เรื่องค่าไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบพยา ยามหาทางช่วยเหลืออยู่ เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ตามที่ค่าไฟฟ้าของประชาชนในช่วงเดือน เม.ย.นี้ สูงขึ้น ซึ่งการไฟฟ้านครหลวง (MEA)ยืนยันว่าเกิดจากเหตุอากาศที่ร้อนสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ไม่ได้เป็นการขึ้นค่าไฟฟ้า 

การคิดค่าไฟฟ้าในช่วงนี้ยังใช้หลักเกณฑ์วิธีการคิดค่าไฟฟ้าจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าในอัตราตามที่นโยบายของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำหนด

สำหรับสาเหตุที่ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นนั้น เนื่องจากช่วงนี้ไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนจัดในบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาฯ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำความเย็นต้องทำงานมากขึ้น และใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

โดยจะเห็นได้จากค่าพลังความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่ กทม.นนทบุรี และสมุทรปราการ ล่าสุดมีค่าเท่ากับ 8,904.66 เมกะวัตต์ เกิดขึ้นในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ซึ่งค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด พบว่าอยู่ในช่วงฤดูร้อน

"แอร์" ทำงานหนักขึ้นช่วงหน้าร้อน

โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน คือเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ ยกตัวอย่างในสภาวะอากาศปกติ เช่น อุณหภูมิภายนอกอยู่ที่ 30 องศาฯ หากปรับอุณหภูมิแอร์ในห้องที่ 26 องศาฯ แอร์จะต้องทำงานเพื่อลดอุณหภูมิให้ได้ 4 องศาฯ

แต่ในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด เช่น อุณหภูมิภายนอก 40 องศาฯ หากตั้งอุณหภูมิแอร์ในห้องเท่าเดิมไว้ที่ 26 องศาฯ แอร์จะต้องทำงานเพื่อลดอุณหภูมิให้ได้ถึง 14 องศาฯ แอร์จึงทำงานหนักมากขึ้น และกินไฟมากกว่าเดิม อีกทั้งยังต้องรัก ษาอุณหภูมิในสภาวะที่มีความร้อนจัดจากภายนอกรบกวน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

จากการทดสอบพบว่า อุณหภูมิภายนอกที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศาฯ แอร์จะกินไฟเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ถึงแม้จะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในระยะเวลาเท่ากัน หรือปรับตั้งค่าอุณหภูมิเท่าเดิมก็ตาม

ประกอบกับในช่วงอากาศร้อนพฤติกรรมการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ เช่น การเปิดปิดตู้เย็นบ่อยครั้ง การประกอบอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการใช้น้ำอุปโภคบริโภคมากขึ้นทำให้ปั๊มน้ำทำงานมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

นายอนุชา กล่าวว่า มีข้อแนะนำการประหยัดไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนคือ การยึดหลัก “ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน” โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26-27 องศาฯ  พร้อมเปิดพัดลมควบคู่ จะช่วยให้ประหยัดพลังงาน

นอกจากนี้ ให้ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน เปลี่ยนไปใช้เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพสูง และหมั่นล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน เปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย ๆ ไม่ควรกักตุนอาหารไว้ในตู้เย็นเกินความจำเป็น ตรวจขอบยางประตูตู้เย็นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า (เบอร์ 5) ควรปิดสวิตช์และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน

พีคโหลดใช้ไฟฟ้า เม.ย.พบ 3 ครั้ง

นายอนุชา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กกพ. ได้รายงานสถิติปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือพีคไฟฟ้า ในระบบของ 3 การไฟฟ้า คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง ในปีนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้วมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 32,154.4 เมกะวัตต์ เมื่อเวลา 20.52 น.ของวันที่ 6 เม.ย.2566 ด้วยอุณหภูมิ 31.2 องศาเซลเซียส

เนื่องจากอุณหภูมิในประเทศไทยร้อนจัด ส่งผลให้แต่ละบ้านเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ และพัดลมคลายร้อนพร้อมๆ กัน จนทำให้เกิดไฟพีค แต่ยังไม่ทำลายสถิติพีคในระบบของประเทศที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2565 เวลา 22.36 น. ยอดพีคอยู่ที่ 32,254.5 เมกะวัตต์ที่อุณหภูมิ 32.0 องศาเซลเซียส

โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ประเมินยอดพีคในระบบ 3 การไฟฟ้าปีนี้ จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไม่ต่ำกว่า 34,000 เมกะวัตต์ หากรวมกับไฟฟ้าของเอกชนที่ผลิตเพื่อใช้เอง (ไอพีเอส) อีก 5,000 เมกะวัตต์แล้ว ความต้องการไฟฟ้าของประเทศในปีนี้อาจสูงถึง 39,000 เมกะวัตต์ 

สำหรับหลักเกณฑ์วิธีการคิดค่าไฟฟ้าจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าในอัตราตามที่นโยบายของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่ https://www.mea.or.th/profile/109/111

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค่าไฟแพง กฟน.ตอบแล้ว อุณหภูมิสูง ทำเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟเพิ่ม 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง