เตือนนักวิ่ง! พบปี'65 หมดสติคางาน 24 คน "ฮีทสโตรก" ตาย 1 คน

สังคม
12:03
จำนวนผู้ชม 5,158
Thai PBS
เตือนนักวิ่ง! พบปี'65 หมดสติคางาน 24 คน "ฮีทสโตรก" ตาย 1 คน

วันนี้ (7 มิ.ย.2566) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องในวันพุธแรกของเดือน มิ.ย.ของทุกปีเป็นวันวิ่งโลก (Global Running Day) ปัจจุบันการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย แต่จากการเฝ้าระวังของกองโรคไม่ติดต่อกรมควบคุมโรค กรณีภาวะวิกฤตหัวใจและหลอดเลือด ฮีทสโตรก หรือการเสียชีวิตขณะวิ่งในงานวิ่ง

พบว่าปี 2565 จากการจัดงานวิ่ง 832 งาน พบเหตุการณ์หมดสติในงานวิ่งจำนวน 24 คน เสียชีวิต 1 คน พบหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันถึง 11 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 50-59 ปี

อ่านข่าวเพิ่ม อาการแบบไหนเสี่ยง "ฮีทสโตรก" ภัยหน้าร้อนที่ต้องระวัง

พบผู้หมดสติ-เสียชีวิตเป็นนักวิ่ง-นักกีฬา

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในจำนวนนี้ 23 คนที่หมดสติรวมถึงผู้เสียชีวิตเป็นนักวิ่ง นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ระยะทางขณะวิ่งที่เกิดเหตุการณ์มากที่สุดคือ ระยะทางสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย (Quarter 4) ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตนเองมีโรคประจำตัว หรือมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว แต่ขาดการรักษาทานยาไม่ต่อเนื่อง

สาเหตุที่ทำให้นักวิ่งหมดสติ หรือเสียชีวิต ได้แก่ 1.การเร่งทำลายสถิติตนเอง 2.ดื่มน้ำไม่เพียงพอ 3.กินยาที่มีฤทธิ์กดการเต้นของหัวใจ 4.การฝึกฝนที่ไม่เพียงพอต่อระยะทางที่ลงแข่งขัน 5.ความถี่ของการลงแข่งขันที่บ่อยและหักโหมเกินไป

ดังนั้นนักวิ่งต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดรูปแบบการวิ่ง ให้เหมาะสมกับตนเอง

10 คำแนะนำวิ่งอย่างปลอดภัย

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดีช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่การวิ่งมาราธอนที่ขาดการเตรียมตัวหรือหักโหมเกินไปในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง จะทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเกิดภาวะวิกฤตได้ ข้อแนะนำก่อนการลงแข่งขันสำหรับนักวิ่ง ดังนี้

  • เตรียมพร้อม ฝึกฝนร่างกายให้เพียงพอกับระยะทางการลงแข่งขัน
  • ไม่ลงแข่งขันวิ่งระยะทางไกลในช่วงเวลาที่ติดต่อกันมากเกินไป
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม
  • ไม่ควรรับประทานยาที่มีฤทธิ์กดการเต้นของหัวใจทั้งก่อนวิ่งและขณะวิ่ง
  • นักวิ่งที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนลงแข่งขันทุกครั้ง
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันวิ่ง
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
  • ให้ข้อมูลสุขภาพที่เป็นจริง เพื่อประโยชน์กับทีมแพทย์ในการเตรียมความพร้อมให้การดูแล และเฝ้าระวังเหตุการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์
  • ตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และค่าฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้าก่อนถึงวันแข่งขันจริง เพื่อเตรียมพร้อมร่างกาย วางแผนการดื่มน้ำระหว่างวิ่งให้เหมาะสม
  • หากมีอาการ แน่นหน้าอกหรือหน้ามืด ควรหยุดพักและแจ้งหน่วยแพทย์ในงานวิ่งทันที

นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผอ.กองโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า การวิ่งครั้งละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วนลงพุง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ลดเสี่ยงอัลไซเมอร์ ช่วยให้อารมณ์ดี และที่สำคัญนอนหลับได้ดีขึ้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์เพื่อสุขภาพที่ดี การวิ่งที่ดี คือไม่วิ่ง ระยะทางไกลมากเกินไป ไม่วิ่งเร็วเกินไป ไม่วิ่งติดต่อกันจนเกินไป ควรเว้นวันพักผ่อนให้เหมาะสมกับระยะทาง และต้องวิ่งอย่างปลอดภัยโดยการเตรียมความพร้อมก่อนลงแข่งขัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก "ฮีทสโตรก" ภัยความร้อนเกิน 40 องศาฯ ตายเฉลี่ย 33 คนต่อปี