แด่วันคนโสด รู้หรือไม่ ทำไม "ควีนเอลิซาเบธที่ 1" ถือพรหมจรรย์

ไลฟ์สไตล์
8 พ.ย. 66
14:53
1,398
Logo Thai PBS
แด่วันคนโสด รู้หรือไม่ ทำไม "ควีนเอลิซาเบธที่ 1" ถือพรหมจรรย์
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
คนส่วนใหญ่จะเข้าใจได้เมื่อใครสักคนกลัวงูหรือแมงมุม กลัวความสูง กลัวที่แคบ เพราะสิ่งเร้าเหล่านั้นสามารถสัมผัสและรู้สึกได้โดยง่าย แต่มีความกลัว "Phobia" ชนิดหนึ่งที่ยากต่อการสังเกต และคนโสดหลายคนอาจปฏิเสธว่าตัวเองเป็น "โรคกลัวความรัก หรือ Philophobia"

Philophobia เป็นภาษากรีกมาจากคำว่า Philo ที่แปลว่าความรัก และ Phobia คือความหวาดกลัว รวมแล้วแปลว่า "ความกลัวที่จะตกหลุมรัก" โดยปกติจะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลที่ต้องเผชิญกับ ความสับสนวุ่นวายทางอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับความรัก บางกรณีเกิดจากความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ห้ามความรัก และ อาจพัฒนาเป็นความกลัวแบบเรื้อรังได้

Philophobia คือความกลัวความผูกพันทางอารมณ์ กลัวที่จะตกหลุมรักหรือมีความรักระยะยาว

Philophobia ยังก่อให้เกิดอาการทางกายภาพที่แตกต่างกันออกไป อาจมีตั้งแต่ความกังวลใจ กระสับกระส่ายต่อหน้าเพศตรงข้าม ไปจนถึงความรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่งเมื่อมีโอกาสได้พบกับใครสักคน ในกรณีที่รุนแรงที่สุด อาจทำให้เกิดอาการตื่นตระหนกอย่างรุนแรงได้ เช่น เหงื่อออก หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจไม่สะดวก คลื่นไส้ จนไปถึงการหลบซ่อนตัวเมื่อเห็นคนรักปรากฏตัว

อ่านข่าว : ความเชื่อ "ผี" ขอขมาน้ำ-ดิน สู่ประเพณีลอยกระทง

ภาพประกอบข่าว : อาการกลัวความรัก

ภาพประกอบข่าว : อาการกลัวความรัก

ภาพประกอบข่าว : อาการกลัวความรัก

จิตแพทย์และนักจิตวิทยายังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า "อาการกลัวความรัก" เกิดจากอะไรกันแน่ บางคนจมอยู่กับความทรงจำอันขมขื่นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือคนทั่วไป บางคนมีแผลในใจเพราะถูกปฏิเสธความรัก ทำให้หลีกเลี่ยงการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ขึ้นมา ที่ใกล้ตัวและพบเห็นได้ทั่วไปคือ "การหย่าร้าง" ที่สำหรับบางคนทำให้กลัวการมีความรักครั้งใหม่ เพราะเชื่อว่าจะนำไปสู่การหย่าร้างหรือการเลิกราที่เจ็บปวดอีกครั้งนั่นเอง

ภาพประกอบข่าว : ปัญหาความสัมพันธ์

ภาพประกอบข่าว : ปัญหาความสัมพันธ์

ภาพประกอบข่าว : ปัญหาความสัมพันธ์

เว็บไซต์ Fear of love รายงานว่า ในอดีตมีบุคคลสำคัญของโลกที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกกลัวความสัมพันธ์ "ที่ยั่งยืน" กลัวความรักจนทำให้ชีวิตของเขาไร้คู่ครอง นั่นคือ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ

ราชินีพรหมจรรย์-Virgin queen

ในพระราชประวัติของ "ราชินีพรหมจรรย์" ชื่อที่ถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติต่อคำประกาศว่าจะไม่แต่งงานตั้งแต่มีพระชนมมายุได้ 8 พรรษาของเจ้าหญิงเอลิซาเบธ หนังสือ Alison Weir Elizabeth the Queen ระบุว่า ความมุ่งมั่นที่จะรักษาสถานภาพโสดของราชินีองค์นี้ อาจมีปูมหลังจากประสบการณ์ที่ไม่สวยงามนัก อาทิ 

  • การอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 (พระขนิษฐา-น้องสาว) กับ พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 แห่งสเปน ที่นำไปสู่หายนะ เพราะชาวอังกฤษมีอคติต่อพระราชินีที่มีคู่ครองเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามีชาวคาทอลิก
  • ความกลัวสูญเสียอำนาจในฐานะราชินี ในศตวรรษที่ 16 กษัตริย์ถือเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด และวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ สามีจะมีอำนาจเหนือภรรยา นั่นทำให้ ควีนเอลิซาเบธ รู้ว่าการแต่งงานและการเป็นแม่ จะทำให้อำนาจของพระองค์พังทลายลง
  • มีบันทึกเพิ่มเติมว่า พระองค์กลัวการทรงพระครรภ์ (ตั้งครรภ์) เพราะคนรอบข้างเมื่อตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร หลายคนเสียชีวิต 
  • พระเจ้าเฮนรีที่ 8 พระราชชนกของควีนเอลิซาเบธ เคยสั่งประหาร "แอนน์ โบลีน" พระราชชนนีในข้อหากบฏและล่วงประเวณี และ "แคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด" พระวิมาดา (แม่เลี้ยง) ก็ประสบชะตากรรมเดียวกันในเวลาต่อมา
  • ขณะที่ควีนเอลิซาเบธ มีพระชนมมายุ 14 พรรษา พระองค์ถูกล่อลวงโดย พล.ร.อ.โธมัส ซีมัวร์ ด้วยข้อหากบฏ นักประวัติศาสตร์มองว่า อาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ราชินีแห่งอังกฤษผู้นี้ เลือกที่จะอยู่เพียงลำพัง

อ่านข่าว : เคลียร์ให้ชัด "Soft Power" จากต้นตำรับเกาหลีคืออะไร

อนุสาวรีย์สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

อนุสาวรีย์สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

อนุสาวรีย์สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

การต่อสู้ทางอารมณ์ที่ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 หรือใครก็ตามที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคกลัวความรัก ต้องเผชิญนั้น ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ แท้ที่จริงผู้คนเหล่านี้โหยหาความรักและความใกล้ชิด เฉกเช่นคนอื่นๆ ทั่วไป แต่พวกเขาก็ไม่สามารถจัดการหรือควบคุมอารมณ์ได้ดีเท่าไรนัก ความทุกข์ทรมานทางจิตใจนี้ ฝังลึกและบั่นทอนสุขภาพอย่างมาก

สังเกตตัวเองเข้าข่าย "กลัวความรัก" หรือไม่ 

กรมสุขภาพจิตแนะนำอาการบ่งชี้ที่เห็นชัด ได้แก่ 

  • กลัวการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ ทุกครั้งที่พบเจอกับคนที่ถูกใจและรู้สึกว่าความสัมพันธ์กำลังไปได้สวย จะมีความรู้สึกวิตกกังวล และพยายามจบความสัมพันธ์นั้นให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองต้องเจอกับภาวะเสียใจ
ภาพประกอบข่าว : ปัญหาความสัมพันธ์

ภาพประกอบข่าว : ปัญหาความสัมพันธ์

ภาพประกอบข่าว : ปัญหาความสัมพันธ์

  • ชอบอยู่คนเดียว หลงรักการทำอะไรด้วยตัวคนเดียว หงุดหงิดกับการต้องร่วมกิจกรรมกับคนอื่น เบื่อหน่ายที่จะต้องรอคอยใครสักคน เสพติดการอยู่คนเดียว และไม่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกับ
  • มือชา เท้าชา หน้าชา หายใจเร็วและแรง เมื่อมีคนเข้ามาจีบ บางสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ คุณอาจไปเจอกับคนที่ชอบรุก เดินหน้าจีบแบบตรงไปตรงมา ทำให้คุณเกิดภาวะกดดัน ทำตัวไม่ถูก และมีอาการแทรกซ้อนต่างๆ เหมือนคนตื่นเต้น เช่น เหงื่อออกมือ ใจเต้นเร็ว อาเจียน เป็นลม

หากพบว่าตัวเองหรือคนข้างรอบที่รู้จักมีอาการแบบนี้ ควรพูดคุยเพื่อหาทางไปพบแพทย์ การพบจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่ามีอาการทางประสาทเพียงอย่างเดียว การพบแพทย์เพื่อพูดคุยถึงปัญหาและหาทางออกร่วมกัน การรักษาจะมีตั้งแต่การเผชิญหน้าเปิดใจเรื่องความรัก ไปจนถึงการกินยา ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดที่ควรจะทำ

4 เรื่องที่คน (ตัดสินใจ) โสดต้องรู้

ข้อมูลจาก วริศา มณีธวัช ที่ปรึกษาการเงิน AFPT สมาคมนักวางแผนการเงินไทย เขียนไว้ว่า คนโสดจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคนที่มีครอบครัวถึงร้อยละ 11 เนื่องจากต้องการหาความสุข จากความบันเทิง มีการเดินทาง ท่องเที่ยว มากกว่าคนมีครอบครัวมาก จึงต้องเตรียมตัวเรื่องการเงินไว้อย่างรอบคอบ

  1. สุขภาพ เพราะคนโสดต้องดูแลตัวเอง 
  2. ค่ากินอยู่ ใช้จ่าย สุขสบายยามเกษียณ แม้ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณบางอย่างอาจจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร (บางคนยังมีหนี้สินอีกด้วย) ค่าใช้จ่ายพวกนี้ยังคงอยู่ หากคุณเป็นคนโสด อาจไม่มีใครมาช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้
  3. โรคร้ายแรง อันที่จริงจะโสดหรือไม่โสด ทุกคนก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงเหมือนๆ กัน
  4. กิจกรรมสันทนาการฉบับคนโสด
    • คนโสด มีค่าท่องเที่ยว สูงกว่าคนมีครอบครัวร้อยละ 40
    • คนโสด มีค่าน้ำมัน สูงกว่าคนมีครอบครัวร้อยละ 4
    • คนโสด มีค่าความบันเทิง สูงกว่าคนมีครอบครัวร้อยละ 

อ่านข่าว : โลกคนกลางคืนคึก "ห่วงเมาขับ" ตีปีกปิดผับถึงตี 4

ภาพประกอบข่าว : กิจกรรมสำหรับคนโสด

ภาพประกอบข่าว : กิจกรรมสำหรับคนโสด

ภาพประกอบข่าว : กิจกรรมสำหรับคนโสด

5 โรคเสี่ยงที่คนโสดอาจเจอ 

  1. มะเร็งเต้านม คนที่เป็นโสด หรือแต่งงานและมีลูกหลังอายุ 35 ปี จะมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่มีลูกเร็ว เพราะมะเร็งเต้านมเป็นโรคร้ายที่มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนในร่างกาย 
  2. ช็อกโกแลตซีสต์  สูตินรีแพทย์วิจัยและตรวจสอบพบว่า เลือดประจำเดือนที่ตกค้างในมดลูกเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการปวดท้องน้อยขณะมีประจำเดือน จนทำให้เกิดการอักเสบ นานๆ ไป เกิดพังผืดติดกันทั้งรังไข่ มดลูก ลำไส้ เชื่อมกันไปหมด ยิ่งแต่งงานช้า จะยิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมาก เพราะเลือดตกค้างอยู่ที่อุ้งเชิงกรานนานขึ้น 
  3. โรคหัวใจ ผลการวิจัยจากสถาบันนักจิตวิทยา สหรัฐอเมริกา ระบุว่าการแต่งงานจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ โดยเฉพาะกับเพศชาย โดยร่างกายจะผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยขจัดความตึงเครียด ความวิตกกังวล
    ภาพประกอบข่าว : ผู้ป่วยโรคหัวใจ

    ภาพประกอบข่าว : ผู้ป่วยโรคหัวใจ

    ภาพประกอบข่าว : ผู้ป่วยโรคหัวใจ

  4. โรคอัลไซเมอร์ ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยว่า คนที่แต่งงาน หรือมีคู่ชีวิต มีแนวโน้มเสี่ยงโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์น้อยกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับคนโสด เพราะมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ หรือมีกิจกรรมให้สมองได้ฝึกคิด
  5. โรคซึมเศร้า บางครั้งที่ความรู้สึกเหงาเข้ามาครอบงำ อาจทำให้คนโสดเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้ โดยเฉพาะคนเหงาแล้วเก็บตัว เหงาแล้วมักคิดว่าตัวเองไร้ค่า เหงาแล้วไม่รู้สึกมีชีวิตชีวา คนขี้เหงาประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงกับโรคซึมเศร้า
    ภาพประกอบข่าว : ความเสี่ยงโรคซึมเศร้า

    ภาพประกอบข่าว : ความเสี่ยงโรคซึมเศร้า

    ภาพประกอบข่าว : ความเสี่ยงโรคซึมเศร้า

แต่อย่าเพิ่งมองว่าเป็นคนโสดแล้วมีแต่เรื่องลบ หากบริหารความโสดให้ดี
บางทีก็มีความสุขกว่าการมีคู่ที่ต้องเจอสารพัดปัญหาก็ได้

อ่านข่าว : สิทธิบัตรทอง เพิ่มยารักษา"มะเร็งเต้านม"ระยะลุกลาม

การแต่งงานแล้วยังไม่มีลูก ก็ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ช็อกโกแลตซีสต์จะลดลง การอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ หรือ Toxic Relationship ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ, โรคซึมเศร้า หรือได้โรคเครียดมาแทนโรคอัลไซเมอร์ ก็ได้ 

ภาพประกอบข่าว : การรักษาสมดุลชีวิต

ภาพประกอบข่าว : การรักษาสมดุลชีวิต

ภาพประกอบข่าว : การรักษาสมดุลชีวิต

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ก็ควรดูแลสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิต ของตัวเองให้ดีอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย บริหารจิตใจให้จัดการความเครียดที่เข้ามาในทุกๆ วันให้ได้ ชีวิตก็มีความสุขได้แล้ว

ภาพประกอบข่าว : การสร้างความสุขให้ตัวเอง

ภาพประกอบข่าว : การสร้างความสุขให้ตัวเอง

ภาพประกอบข่าว : การสร้างความสุขให้ตัวเอง

ที่มา : สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, Fear of love

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แพทย์ชี้ สาวโสด-ไม่มีบุตรเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่ากลุ่มแต่งงานมีลูกเร็วก่อน 35 ปี

เปิดชีวิต "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" โสด ไร้หนี้ มีร้อยล้าน

รับมือคลื่นมะเร็ง “มฤตยูเงียบ” โรคร้ายคร่าชีวิตคนไทย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง