สส.สาวร่ำไห้กลางสภา เปิดชีวิต "ฆ่าตัว" หลังป่วยซึมเศร้า วอน สธ.ทุ่มงบฯ เร่งแก้ | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

สส.สาวร่ำไห้กลางสภา เปิดชีวิต "ฆ่าตัว" หลังป่วยซึมเศร้า วอน สธ.ทุ่มงบฯ เร่งแก้

การเมือง
5 ม.ค. 67
18:44
1,676
Logo Thai PBS
สส.สาวร่ำไห้กลางสภา เปิดชีวิต "ฆ่าตัว" หลังป่วยซึมเศร้า วอน สธ.ทุ่มงบฯ เร่งแก้
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
“หมิว สิริลภัส” ร่ำไห้กลางสภา ถกงบสุขภาพจิต กระตุกสังคมฉุกคิดถึงโรคซึมเศร้า ชี้งบฯ ได้น้อย บุคลากรขาดแคลน บอกตัวเลขผู้ป่วยคือคนที่เรารัก ขอรัฐบาลลองสลับตัวมาเป็นผู้ป่วยจะได้รู้ถึงการต่อสู้ ขณะ “เพื่อน สส.ก้าวไกล” ร้องไห้ตาม-เข้าให้กำลังใจหลังอภิปราย

วันนี้ (5 ม.ค.2567) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วันสุดท้าย

อ่านข่าว : ศธ.จ่อคืน "ภารโรง" สู่โรงเรียน 12,000 ตำแหน่ง - พิจารณาเงินอุดหนุนค่าเดินทาง

น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายถึงงบประมาณในสัดส่วนกระทรวงสาธารณสุข ว่า จากนโยบายที่พรรคเพื่อไทย หาเสียงกับประชาชน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ได้หยิบยกประเด็นสุขภาพจิตและยาเสพติดให้เป็นนโยบายสำคัญ 1 ใน 13 นโยบาย ยกระดับ 30 บาทพลัส เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน

และดูเหมือนว่า รัฐบาลชุดนี้จะให้น้ำหนักไปที่อาการของผู้ป่วยจิตเวช ที่มาจากยาเสพติด มากกว่า ปัญหาสุขภาพจิตปกติที่เป็นวิกฤติเหมือนกัน

น.ส.สิริลภัส เปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยสุขภาพจิต ที่เกิดจากยาเสพติดกับผู้ป่วยสุขภาพจิตประเภทอื่นว่า ผู้ป่วยสุขภาพจิตที่เกิดจากยาเสพติดมีประมาณ 2 แสนคน ขณะที่ผู้ป่วยสุขภาพจิตประเภทอื่น มีประมาณ 1 ล้านกว่าคน แตกต่างกันกว่า 5 เท่า โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีถึง 3.6 แสนคนแล้ว

ดิฉันจึงตั้งคำถามดังๆ กับรัฐบาลว่า ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตจริงหรือไม่ เพราะเมื่อดูนโยบายแล้ว ก็ดูเหมือนจะให้น้ำหนักไปกับผู้ป่วยจิตเวชที่มาจากยาเสพติด แต่ไม่ได้สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในทุกปี

อ่านข่าว : "ชลน่าน" ซื้อใจ “อสม.” เปิดช่องสวัสดิการมอเตอร์ไซค์

น.ส.สิริลภัส กล่าวต่อว่า ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชอื่น ๆ อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด เหตุการณ์ความรุนแรงที่ก่อความสูญเสียนับครั้งไม่ถ้วน สาเหตุเกิดมาจากผู้ป่วยจิตเวชมีอาการขาดยา เมื่อได้รับการรักษากลับมาถึงบ้านไม่มีคนคอยกำชับ ดูแล ทานยาให้ตรงตามกำหนดอาการ ก็กำเริบอีก และก่อความรุนแรงขึ้นได้

อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในประเทศไทยในปี 2565 อยู่ที่ 7.97 คนต่อประชากร 1 แสนคน ในทุกวันจะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จ 14 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี กลุ่มที่น่ากังวลใจที่สุดคือ กลุ่มอายุวัยรุ่น นักศึกษา วัยทำงาน ที่เขาจะเติบโตมาเป็นบุคลากรของประเทศ

จากเอกสารของกรมสุขภาพจิต หัวข้อ “ปัญหาการฆ่าตัวตาย” ได้ให้ข้อมูลถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายไว้ว่า ผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 9 ใน 10 มีอาการป่วยทางจิตเวช อย่างใดอย่างหนึ่ง ขณะทำการฆ่าตัวตายและสาเหตุสำคัญมาจากภาวะซึมเศร้าและการติดสุรา

อ่านข่าว : "พริษฐ์" แนะผ่าตัดงบการศึกษา 4 ห้องหัวใจ ฝ่าวิกฤตการศึกษาไทย

การเข้าถึงบริการสาธารณสุขนั้น ยังค่อนข้างจำกัด ขาดแคนบุคลากรทางการแพทย์ ในบ้านเรา หากลองไปเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่ามีจิตแพทย์มากกว่าบ้านเรา นอกจากนี้ในต่างจังหวัด ยังพบว่า มีจิตแพทย์ไม่ถึง 1 คนต่อประชากร 1 แสนคน

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องบุคลากรสุขภาพจิตในกลุ่มที่เป็นเด็ก และวัยรุ่นที่มีเพียงแค่ 295 คนทั่วประเทศ มี 23 จังหวัด ไม่มีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

น.ส.สิริลภัส ระบุว่า พยาบาลจิตเวชไม่อยากทำงานจิตเวชต่อไป เพราะปัญหาการทำงานที่หนัก รวมถึงสิทธิของพยาบาลที่ไม่ดีพอ การจัดสรรงบประมาณให้กรมสุขภาพจิต ซึ่งได้แค่ 1.8 % จากงบของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดนตัดออกไปถึง 69.4 %

งบฯ ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่นน้อยมา

นอกจากนี้ เงินอุดหนุนรายโครงการที่ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่นและวัยทำงานก็มีน้อย เทียบกับโครงการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มาจากยาเสพติดโครงการเดียว ได้งบประมาณถึง 1 ล้านบาท รัฐบาลต้องกลับไปทบทวนการจัดสรรความคุ้มค่า

ค่าตอบแทนที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่จิตเวชได้ทำงานต่อไป ตอบโจทย์สิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพิ่มบุคลากรด่านหน้า สร้างแรงจูงใจ เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการรักษา และเพิ่มบัญชียาหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงท้าย น.ส.สิริลภัส กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือและร้องไห้ออกมา พร้อมอภิปรายต่อว่า

ตัวเลขผู้ป่วยเหล่านี้คือชีวิต ชีวิตเหล่านี้คือคน คนที่เป็นลูกที่รักของครอบครัว หลานที่เป็นแก้วตาดวงใจของปู่ตาย่ายาย เป็นพ่อแม่ที่กำลังเลี้ยงดูลูกให้เติบโตมาเป็นบุคลากรของประเทศ เป็นเพื่อนที่รักของทุกคน

โดยบุคลากรเหล่านี้จะเติบโตมาขับเคลื่อนประเทศของเราในมิติต่าง ๆ แต่การสูญเสียและการจากไปของบุคคลเหล่านี้ มันสร้างบาดแผลและการแตกสลายให้กับบุคคลที่ยังอยู่ ไม่รู้กี่คนต่อกี่คน

อ่านข่าว : นายกฯย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญประมูล e-bidding โปร่งใส

สส.สาวเปิดชีวิต "คิดสั้นฆ่าตัว" หลังป่วยซึมเศร้า

คนที่ตัดสินใจจบชีวิต พวกเขาไม่ได้คิดสั้น พวกเขาคิดมาดีแล้ว และคิดมามากพอแล้ว ดิฉันอยากจะให้ท่านมาลองสลับตัวดู กับคนที่กำลังต่อสู้ด้วยโรคนี้อยู่ ท่านจะได้รู้ว่าหากวันหนึ่ง ในวันที่สารเคมีในสมองทำงานผิดปกติ ทำงานไม่เท่ากัน จะมีอาการที่เจ็บปวดทรมานขนาดไหน

ดิฉันที่มีรอยกรีดอยู่ที่แขนทั้ง 2 ข้าง ท่านจะลงมาดูด้วยตาตัวเองก็ได้ แต่รอยกรีดนี้ไม่ได้กรีดแค่ที่แขนของดิฉัน พ่อกับแม่บอกว่ามันกรีดไปที่ใจของเขาด้วย

ดิฉันไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัวอื่น ดิฉันผู้ที่พยายามจะจบชีวิตจากโลกนี้ไป เพราะดิฉันไม่สามารถรับมือกับวันหนึ่ง ที่สารเคมีในสมองทำงานไม่เท่ากันได้อีกแล้ว ในชีวิตนี้ดิฉันทำมามากกว่า 3 ครั้ง

ดิฉันผู้ที่เข้ารักษาบำบัดกับโรคนี้มาหลายปี วันนี้ดิฉันสามารถลุกขึ้นมาใช้ชีวิตต่อได้ สามารถมาเป็นผู้แทนราษฎร มาพูดแทนประชาชน ถ้าลองคิดดูว่าหากรัฐให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ท่านจะสามารถรักษาบุคลากรที่ขับเคลื่อนประเทศนี้ได้มากมายแค่ไหน

น.ส.สิริลภัส กล่าวว่า ตนผู้แทนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยโรคจิตเวชอื่น ๆ ที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งคุณแม่ที่เป็นซึมเศร้าหลังคลอด ขอให้พวกท่านช่วยพวกเราด้วย ให้ความสำคัญกับพวกเราด้วย

ขอให้คนที่ไม่ได้รับสิทธิการรักษา สามารถเข้าถึงการรักษา และคนที่ได้รับสิทธิการรักษาแล้ว ได้รับสิทธิ์ครอบคลุม ให้เขาได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม และขอแสดงความเสียใจกับคนที่จากไป ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคจิตเวชอื่น

และขอเรียกร้อง ให้อย่ามองข้ามคนกลุ่มนี้ เพราะทุกวันนี้มีคนที่พยายามฆ่าตัวตายอยู่ถึง 85 คน และขอให้ทำให้พวกเขาเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้พร้อมที่จะยืนเคียงข้างพวกเขา และทำทุกวิถีทางให้เขามีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการอภิปราย ได้มีเพื่อน สส.พรรคก้าวไกล ได้เข้าไปให้กำลังใจด้วยการจับมือและสวมกอด ซึ่งมี สส.บางคน ร้องไห้ตามไปด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง