จับตาแผนบริหารจัดการป้องกันน้ำท่วม

สังคม
01:39
จำนวนผู้ชม 37
Thai PBS
จับตาแผนบริหารจัดการป้องกันน้ำท่วม

ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้มี 2 ส่วนที่ต้องจับตามากเป็นพิเศษ ส่วนแรกเป็นการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำสายหลักที่ต้องรองรับน้ำเหนือ ขณะเดียวกัน ต้องเร่งบริหารจัดการน้ำเหนือในทุ่งที่กำลังระบายลงสู่เขตพื้นที่ภาคกลางอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องผลักดันมวลน้ำให้ลงสู่แม่น้ำสายหลัก หรือผันน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด

แม้จะคาดการณ์กันว่ากรุงเทพมหานครไม่น่าจะต้องประสบกับสถานการณ์อุทกภัย เพราะแม้ในระยะนี้จะมีทะเลหนุนสูง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แต่มาตรการการระบายน้ำยังคงใช้การได้ โดยเฉพาะน้ำเหนือในแม่น้ำสายหลักต่างๆ ที่ขณะนี้เริ่มทรงตัว และยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษ คือน้ำที่ท่วมในทุ่งต่างๆ ที่กำลังไหลต่อเนื่องลงมา เพราะอาจไม่สามารถควบคุมทิศทางน้ำเพื่อให้บริหารจัดการได้ตามแผนที่วางไว้

หากดูที่สถานการณ์น้ำทุ่ง ที่ไหลจากอำเภอวังน้อย และอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะนี้จะไหลลงมาทางด้านตะวันตก ด้านคลองกั้นน้ำระพีพัฒน์ และคลอง 26 ซึ่งบางส่วนจะถูกผันออกไปยังคลองสาขา ตั้งแต่คลอง 2 ถึงคลอง 10 ซึ่งได้เปิดประตูระบายน้ำแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (16 ต.ค.) แต่ส่วนที่เป็นกังวลกันมากในขณะนี้ คือ น้ำบางส่วนได้ไหลลงคลอง 1 และไหลต่อเนื่องมายังคลองรังสิต ส่งผลกระทบให้อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริเวณใกล้ประตูระบายน้ำเชียงรากน้อย ประตูระบายคลอง 1 และประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ในระยะนี้จะมีน้ำเอ่อท่วมแต่น้ำจะขึ้นสูงในระยะสั้นเท่านั้น เพราะต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ แต่เบื้องต้นเชื่อว่าจะไม่มีการท่วมขังนาน

ขณะที่มวลน้ำบางส่วนจะไหลต่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งได้มีมาตรการดูแลพื้นที่บริเวณนี้อย่างเข้มข้น ทั้งการเสริมคันกั้นน้ำและการสูบน้ำไปยังคลองสาขา และแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในความควบคุม บริเวณนิคมอุตสาหกรรมนับว่าโชคดี ที่ไม่ต้องรองรับน้ำอีกฝั่งหนึ่ง คือน้ำจากอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยตรง เพราะน้ำในส่วนนี้ได้ถูกผันต่อไปยัง อำเภอสามโคก อำเภอเมือง และอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

สำหรับสถานการณ์ทางฝั่งอำเภอสามโคก ขณะนี้แม้จะมีการซ่อมแซมประตูน้ำคลองบ้านพร้าวเสร็จแล้ว แต่ยังมีการขอผันน้ำออกมาทางประตูระบายน้ำเชียงรากใหม่ เพื่อลดระดับน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรมนวนครอีกทางหนึ่ง

สำหรับแผนบริหารจัดการน้ำหลังจากนี้ แม้จะคาดการณ์กันว่าน้ำไม่น่าจะไหลเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยร่วมที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งน้ำทะเลหนุนสูงในระยะนี้ไปจนถึงวันที่ 18 ตุลาคม และอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้ รวมถึงสถานการณ์ฝนที่คาดว่าอีก 1-2 วันจะยังมีฝนตกในบางพื้นที่ และต้องเฝ้าระวังหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่อาจก่อตัวเป็นพายุได้ในระยะต่อไป แต่สิ่งที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากปัจจัยร่วมคือ การผันน้ำทุ่งที่ต้องมีระบบบริหารจัดการที่ชัดเจน

ส่วนการดำเนินการของรัฐบาล วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้งมาก่อนหน้านี้ โดยจะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการต่างๆ

ขณะที่การดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือ ศปภ.ได้ตั้งหน่วยงานเพิ่มเติมอีก 2 หน่วยงาน คือ ศูนย์ประสานการปฏิบัติการทางอากาศ และการจัดการจราจรทางอากาศ เพื่อให้การใช้อากาศยานในการช่วยเหลือของทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนเป็นไปอย่างมีระเบียบ และไม่ซ้ำซ้อนกัน ร่วมถึงจัดตั้งศูนย์ค้นหาและช่วยชีวิต ซึ่งจะบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือ ทั้งหน่วยกู้ภัย อาสาสมัคร และหน่วยงานของรัฐบาล