นายกฯย้ำให้เฝ้าระวังน้ำท่วมสถานที่สำคัญ

สังคม
07:56
จำนวนผู้ชม 23
Thai PBS
นายกฯย้ำให้เฝ้าระวังน้ำท่วมสถานที่สำคัญ

รัฐบาลปฏิเสธที่จะประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เหตุหวั่นเกรงกระทบความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ขณะที่นายกรัฐมนตรีประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. อ้าง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้อำนาจสั่งงานทุกหน่วยงานเพื่อเอกภาพในการแก้ปัญหา พร้อมย้ำเตรียมอพยพ และ จุดจอดรถเพิ่มเติม เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ

ระหว่างการประชุม ศปภ.ที่สนามบินดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำในการร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์น้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และ อ้างอิง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สั่งการทุกหน่วยงานให้ปฏิบัติงานภายใต้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อผันน้ำเหนือที่ไหลหลากลงสู่ทะเลเป็นกรณีเร่งด่วน และ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. ดูแลการช่วยเหลือและอพยพ โดยประสานกับภาคเอกชนขอเปิดพื้นที่ซึ่งเป็นอาคารสูง และ เน้นย้ำให้เฝ้าระวังสถานที่ราชการสำคัญ อาทิ การไฟฟ้า,การประปา, สนามบินดอนเมือง, การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ,โรงพยาบาลศิริราช และ พระบรมมหาราชวัง

ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ยืนยันที่จะแก้ไขสถานการณ์น้ำที่อาจจะไหลเข้าท่วมกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ โดยไม่แบ่งแยกพรรคการเมืองหรือเชื่อมโยงประเด็นการเมืองในการทำงาน พร้อมปฏิเสธที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

สำหรับภารกิจนายกรัฐมนตรีวันนี้ ( 21 ต.ค.) นายกรัฐมนตรีงดภารกิจเดิมที่จะลงพื้นที่ ตำบลกิ่งแก้ว ย่านบางพลี และ บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพี่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำ โดยเรียกประชุม ศปภ.ก่อน และ ช่วงบ่ายจะเรียกประชุมเหล่าทัพ พร้อมผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อบริหารจัดการน้ำพื้นที่โดยรอบกรุงเทพมหานคร และ การเปิดคลองในพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลต่อไป

สำหรับ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาตรา 31 ที่นายกรัฐมนตรีอ้างอิงในที่ประชุม ศปภ. มีสาระสำคัญในการอ้างอิงอำนาจสั่งการ การปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานราชการ เมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยร้ายแรง นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี มีอำนาจเต็มในการสั่งการ และหากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง