นายกฯ ยอมรับสถานการณ์น้ำเกินกว่าจะควบคุม

การเมือง
02:29
จำนวนผู้ชม 23
Thai PBS
นายกฯ ยอมรับสถานการณ์น้ำเกินกว่าจะควบคุม

นายกรัฐมนตรีแถลงสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานคร ระบุให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ ตั้งแต่แนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแนวคันกั้นน้ำต่างๆ ทั้งด้านในและด้านนอก

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ขณะนี้มวลน้ำทางเหนือได้ไหลลงสู่ภาคกลางแล้ว และจะไหลผ่านกรุงเทพมหานครเพื่อลงสู่ทะเล รัฐบาลได้กำกับหน่วยงานทุกกระทรวง กรุงเทพมหานคร และเหล่าทัพ เพื่อช่วยกันบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

นายกรัฐมนตรีระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า เนื่องด้วยพลังของน้ำที่มากเกินกว่าประตูน้ำที่จะรับได้ จึงมีโอกาสสูงอย่างยิ่งที่น้ำจะทะลักเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน ชั้นกลาง ชั้นนอก พื้นที่เสี่ยงภัยที่สุดคือ แนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา แนวพนังกั้นน้ำต่างๆ และนอกแนวคันกั้นน้ำ เนื่องจากขีดความสามารถในการบริหารจัดการครั้งนี้ รวมกับความสูงของพื้นที่ที่แตกต่างกัน จึงทำให้จะมีน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน ส่วนพื้นที่ทางด้านตะวันตกของกรุงเทพมหานคร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี ขณะนี้มีน้ำเหนือผ่านมาจากจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรี ซึ่งได้ล้นมาที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และเขตบางพลัดของกรุงเทพมหานครแล้ว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันว่า รัฐบาลและกรุงเทพมหานครดูแลพนังกั้นน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา แต่น้ำมีมากเกินกว่าศักยภาพของระบบ ทำให้อาจกระทบพื้นที่ฝั่งธนฯ ปริมณฑล พื้นที่ลุ่ม โดยเฉลี่ยระดับน้ำอยู่ที่ 0.50 เมตร

ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งเหนือกรุงเทพมหานครได้พยายามลดความกดดันของน้ำ โดยได้ปิดประตูระบายน้ำปากคลองเปรมประชากร เพื่อให้พื้นที่เขตหลักสี่ เขตดอนเมือง เขตบางซื่อ เขตบางเขน ถนนพหลโยธิน อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ถนนวิภาวดีรังสิต ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด มีการระบายน้ำจากคลองรังสิตไปยังคลองหกวาสายล่างเพื่อลดปริมาณน้ำที่จะเข้ามาในกรุงเทพมหานครชั้นใน หากมาตรการนี้เป็นไปตามแผน ก็น่าที่จะสามารถควบคุมไม่ให้น้ำสูงเกิน 0.50 เมตร สำหรับกรุงเทพมหานครด้านเขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตลาดพร้าว ได้ระบายน้ำจากคลองระพีพัฒน์ไปยังคลองหกวาสายล่างและคลองแสนแสบ แล้วระบายน้ำไปยังด้านตะวันออก มีการขุดแนวคลองทั้งทางด้านตะวันตกและตะวันออก ถ้าน้ำมาตามนี้ก็จะออกสู่ทะเล ผ่านคลองแสนแสบ เพราะฉะนั้นระดับน้ำจะสูงกว่าที่อื่น คือ 1.00-1.50 เมตร

กรณีเลวร้ายที่สุดหากเราไม่สามารถชะลอพลังน้ำได้ เพราะว่ามีปัจจัยอื่น เช่น แนวเขื่อนพัง แนวพนังกั้นน้ำพัง ระดับน้ำทะเลหนุนสูงกว่าที่คาดหมายไว้ และเนื่องจากพื้นที่กรุงเทพมหานครมีระดับที่สูงต่ำแตกต่างกันไป ระดับน้ำเฉลี่ยจะอยู่ที่ระหว่าง 0.10-1.50 เมตร ซึ่งทางผู้ปฏิบัติการจะพยายามที่จะควบคุมจำนวนวันให้น้อยที่สุด และใช้ระบบสูบน้ำที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อลดความรุนแรง และลดการท่วมขัง

และเพื่อเป็นการไม่ประมาท เห็นควรให้พี่น้องประชาชนเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และให้หน่วยงานต่างๆ ดูแล และรักษาพระบรมมหาราชวัง โรงพยาบาลศิริราช ระบบสาธารณูปโภค เช่น โรงไฟฟ้า ประปา ให้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้น้อยที่สุด

นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้ดำเนินการย้ายคนในศูนย์ฯ ไปยังพื้นที่ต่างๆ บางส่วนในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด จากดอนเมืองไปยังสนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ผู้ที่ต้องการบริจาคสิ่งของ สามารถไปที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยตั้งแต่วันนี้ (26 ต.ค.) เป็นต้นไป โดยทาง ศปภ.จะปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ สนับสนุน และทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร จนกว่าวิกฤติจะผ่านพ้นไป