กองทัพ-ขสมก.สนับสนุนแผนอพยพคนกรุงหนีน้ำท่วม

สังคม
02:45
จำนวนผู้ชม 39
Thai PBS
กองทัพ-ขสมก.สนับสนุนแผนอพยพคนกรุงหนีน้ำท่วม

รัฐบาลเตรียมแผนอพยพประชาชนใน กทม. โดยเตรียมรถบรรทุกทหารขนาดใหญ่ และรถ ขสมก.รวม 600 คัน เพื่อเคลื่อนย้ายประชาชนหากเกิดภาวะวิกฤตฉุกเฉิน

พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. ด้านกำลังพลทหาร เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือถึงแผนการเคลื่อนย้ายและอพยพประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. กรุงเทพมหานคร และกองทัพเข้าร่วมประชุม โดยระบุว่าแผนการเคลื่อนย้ายและอพยพในพื้นที่ กทม. สำหรับในจุดที่มีน้ำท่วมหนัก ทางกองทัพจะเป็นผู้รับผิดชอบในการขนย้ายประชาชนโดยจะใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่มีศักยภาพในการลุยน้ำที่ท่วมสูงได้ และสามารถบรรทุกคนได้ 50 คนต่อเที่ยว โดยจะแบ่งหน้าที่รับผิดชอบตามเขตพื้นที่ ประกอบไปด้วย กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กองพลทหารราบที่ 9 มณฑลทหารบกที่ 11 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองพลทหารม้าที่ 2 และกองทัพเรือ

สำหรับหน่วยงานดังกล่าวจะประสานงานกับผู้อำนวยการเขตทุกเขตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสอบถามว่าพื้นที่ใดต้องการอพยพบ้าง และหลังจากนั้นกองทัพจะเข้าไปขนย้ายประชาชนมายังจุดรวมพลบริเวณพื้นที่น้ำตื้น เพื่อส่งต่อให้รถ ขสมก. ที่สามารถวิ่งได้ เพื่อทำการขนส่งประชาชนไปยังศูนย์อพยพต่างๆตามที่ กทม. และ ศปภ.ได้จัดเตรียมไว้ แต่ปัญหาในการอพยพประชาชนทั้งในจังหวัด เช่นที่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และ นนทบุรี พบว่าส่วนใหญ่ประชาชนไม่ยอมอพยพ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ยอมอพยพออกมา ขณะเดียวกันเดิม กทม.ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงที่จะมีน้ำท่วมและจำเป็นต้องอพยพทั้งหมด 10 เขต และเพิ่มในภายหลังอีก 6 เขต อย่างไรก็ตามระหว่างการอพยพทางกองทัพได้ประสานกับศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเพื่อเข้าไปรับผู้ป่วย เด็ก และคนชรา ในกรณีที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ด้าน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าสำหรับแผนอพยพของกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ ขสมก. เตรียมรถเมล์ จำนวน 600 คัน เพื่อขนย้ายประชาชน จากจุดรวมพลโดยจะรับประชาชนไปส่งตามศูนย์อพยพตามที่ประชาชนต้องการ ทั้งนี้ รถ ขสมก. จะสามารถลุยน้ำได้ในระดับน้ำเพียง 80 เซนติเมตรเท่านั้น

ส่วนการให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ประสบภัย นายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยว่า ขสมก.ได้นำรถให้บริการขนส่งประชาชนกว่า 200 คันต่อวัน และขณะนี้ได้มีการปรับปรุงสภาพรถด้วยการเสริมแหนบเพื่อให้รถสามารถลุยน้ำท่วมที่สูง ตั้งแต่ระดับ 1-1.10 เมตรได้ และ ขสมก.ได้ปรับปรุงรถ 4-5 คัน เพื่อให้มาลุยน้ำขนส่งคน และสินค้าในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมสูงได้ รวมทั้งจะได้ปรับปรุงสภาพรถให้มีสมรรถภาพรองรับน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้กองทัพบก โดยผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ขยายและเพิ่มการให้บริการด้านการสัญจร โดยเน้นในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงและเส้นทางสายหลัก เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทันที โดยได้จัดยานพาหนะออกบริการ รับ-ส่งประชาชนเพิ่มเติมใน 5 เส้นทาง คือ พื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออก จะให้บริการเพิ่มอีก 3 เส้นทางคือ เส้นทางที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิตตั้งแต่อนุสรณ์สถานถึงสี่แยกรัชโยธิน เส้นทางที่ 2 ถนนพหลโยธินตั้งแต่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ถึงเมเจอร์รัชโยธิน โดยทั้ง 2 เส้นทางจะใช้รถยนต์บรรทุก 20 คันและเรือ 10 ลำ เส้นทางที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ทางขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ ผ่านถนนรามอินทราถึงแยกวัชรพล
ส่วนพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันตกจะให้บริการเพิ่มเติมอีก 2 เส้นทางคือ เส้นทางที่ 1 ถนนเพชรเกษมตลอดสาย ซึ่งจะเป็นการบริการแบบเรือต่อรถ หรือรถต่อเรือแล้วแต่สภาพพื้นที่ เส้นทางที่ 2 ถนนกาญจนาภิเษก จากแยกสุพรรณบุรีถึงโรงพยาบาลบางใหญ่

นอกจากนี้กองทัพบกยังได้ส่งเรือหางยาวขนาดใหญ่จำนวน 15 ลำ ออกบริการประชาชนในพื้นที่คลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา ซึ่งขณะนี้ยังเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง และยังต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง ขณะเดียวกันกองทัพยังอยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการขนส่ง อาทิ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์บรรทุก เพื่อบูรณาการระบบการบริการรับ-ส่งประชาชนในช่วงน้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพสูงสุดกระทรวง