กทม.ชี้น้ำเหนือไหลหลากยากควบคุม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางไปยังสำนักการระบายน้ำ กทม. เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำ แต่ก่อนการประชุมได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำจาก กทม. โดยสาระสำคัญ มีคำยืนยันว่าปริมาณเหนือมีมากและการไหลหลากของบางพื้นที่อยู่เหนือการควบคุม แต่ยืนยันว่าจะเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำตอนเหนือ บริเวณดอนเมืองลดลง 1 เซนติเมตร ระดับน้ำที่คลองมหาสวัสดิ์เพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร เนื่องจากประตูระบายน้ำปิดลง 50 เซนติเมตร และน้ำในคลองหกวาสายล่าง ลดลง 1 เซนติเมตร พร้อมแสดงความมั่นใจในการระบายน้ำให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่ต้องหมายความว่าน้ำเหนือหยุดนิ่งและไหลลงมาหมดแล้ว
หลังการประชุมนายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่าระหว่าง ศปภ.และกทม.ยังคงมีปัญหาเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ดังนั้นควรปรับการทำงานให้เป็นเอกภาพ และย้ำว่าแต่ละหน่วยงานต้องรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด ขณะที่ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวยอมรับว่าแผนผังการระบายของ กทม.มีจุดอ่อน เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อระบายน้ำฝนที่ตกภายในกรุงเทพฯ ไม่ได้รองรับการระบายน้ำที่มีปริมาณมากขนาดนี้ พร้อมแสดงความเป็นห่วงพื้นที่ฝั่งตะวันตก ที่ยังคงมีน้ำจังหวัดนนทบุรี และปทุมธานี ไหลเข้ามาสมทบอีก และเชื่อว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯจะไม่รุนแรง หากทุกฝ่ายร่วมกันทำงานในทิศทางเดียวกัน
มีรายงานว่าระหว่างการประชุมกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเร่งระบายลงสู่ทะเล มีการสอบถามถึงข้อเท็จจริงของปริมาณน้ำเหนือ ทำให้บรรยากาศตึงเครียด เพราะมีการถกเถียงกัน และเมื่อสอบถามถึงการประสานของเครื่องสูบน้ำ ก็เป็นเหตุให้ กทม.และกรมชลประทาน ไม่พอใจซึ่งกันและกัน โดยกรมชลฯ ยืนยันว่าไม่มีหนังสือจาก กทม. แต่ กทม. ยืนยันว่าส่งหนังสือให้ ศปภ. เพื่อดำเนินการแต่กลับนิ่งเฉย
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีจึงตัดบทย้ำว่าจะประสานดำเนินการกันใหม่ เพราะต่างก็มีจุดประสงค์เดียวกัน คือ ช่วยเหลือประชาชน หลังจากนั้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ ศปภ. ประเมินสถานการณ์น้ำจะท่วมกรุงเทพฯทุกเขต แต่ ผู้ว่าฯ กทม. ยังคงแสดงความมั่นใจที่จะปกป้องพื้นที่ชั้นในไว้ได้ จึงย้ำให้ ศปภ. ประสานส่งเครื่องสูบน้ำให้ กทม. ด้วย
