ผู้ว่าฯกทม.ยันยังไม่จำเป็นประกาศอพยพทั้ง 50 เขต
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวหลังตรวจเยี่ยมมาตรการป้องกันน้ำท่วมรถไฟฟ้าบีทีเอสว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำที่อยู่ในท่อระบายน้ำถนนพหลโยธินยังต่ำกว่าระดับถนน 1 เมตร และ มาตรการของรถไฟฟ้าบีทีเอสสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ถึง 1.60 เมตรจากผิวถนนและหากต้องตัดกระแสไฟฟ้า ทางรถไฟฟ้าบีทีเอสจะมีไฟฟ้าสำรองในการให้แสงสว่างและการสื่อสารเพื่อนำประชาชนที่ใช้บริการออกจากระบบ
สถานการณ์น้ำในฝั่งธนบุรีในวันนี้ ( 4 พ.ย.) ยังไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีน้ำบางส่วนเข้าไปยังสี่แยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ เพราะระดับน้ำไม่ได้สูงขึ้น อีกทั้งเขตบางพลัดระดับน้ำเริ่มลดลง ทั้งนี้ต้องเฝ้าระวังน้ำที่ไหลบ่าจากจังหวัดนครปฐมอย่างต่อเนื่อง ส่วนการบิ๊กแบ็กที่ถนนโลคัลโรดจากเขตหลักสี่ไปถึงเทศบาลหลักหก จังหวัดปทุมธานี หากทำเสร็จในวันนี้จะช่วยชะลอน้ำไม่ให้ไหลเข้าเพิ่มในถนนวิภาวดี
ส่วนข้อเสนอของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ กทม.ประกาศทั้ง 50 เขต เป็นเขตอพยพนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นเพราะหลายพื้นที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม และ การประกาศอาจจะทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือ กทม.หากจำเป็นต้องอพยพจริง ๆ
ขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น เช่น เขตบางเขน เพิ่มขึ้น 20-50 เซนติเมตร เขตหลักสี่เพิ่มขึ้น 30 เซนติเมตรถึง 1.20 เมตร, เขตมีนบุรี เพิ่มขึ้น 10-35 เซนติเมตร ,เขตคลองสามวา เพิ่มขึ้น 60-90 เซนติเมตร ,เขตหนองจอก เพิ่มขึ้น 5-10 เซนติเมตร และเขตจตุจักร เพิ่มขึ้น 20 เซนติเมตร ทำให้ กทม.ต้องประกาศให้เขตจตุจักรใน 4 แขวงได้แก่ แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม แขวงจันทรเกษม และแขวงจตุจักรเฉพาะริมคลองเปรมประชากรด้านตะวันตก 100 เมตร และด้านตะวันออกริมทางรถไฟสายเหนือ ให้เป็นพื้นที่อพยพ
ขณะเดียวกันยังได้ประกาศให้แขวงหนองแขมของเขตหนองแขมเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง เก็บของขึ้นที่สูงและเตรียมเคลื่อนย้าย เด็ก คนป่วย ผู้สูงอายุ ออกจากบ้านได้ทันที ที่ประกาศให้อพยพ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศให้แขวงหนองค้างพลู เป็นเขตอพยพไปแล้ว
