กรมควบคุมมลพิษยืนยันจัดการขยะพิษอย่างเข้มงวด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ตามโครงการ "ฟื้นฟูกรุงเทพรวมกันเราทำได้" ทำความสะอาดถนนสายหลักครั้งใหญ่ ภายหลังสถาการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตั้งแต่บริเวณโรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี ถนนอรุณอัมรินทร์ และถนนจรัลสนิทวงศ์ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่เทศกิจ ประชาชนและอาสาสมัครกว่า 3,000 คน ร่วมกันทำความสะอาดครั้งนี้ด้วย
ขณะที่ประชาชนในเขตบางกอกน้อยและบางพลัดใช้โอกาสวันหยุดร่วมกับ กทม.ในการทำความสะอาดถนน โดยถือว่าเป็นการร่วมใจกันทำความสะอาดหลังภาวะวิกฤตน้ำท่วมผ่านพ้นไป โดยได้ร่วมกันเก็บขยะ กวาดถนน ล้างตู้โทรศัพท์ ม้านั่ง ป้ายรถประจำทาง ซึ่งก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานครและและทหาร ได้ทำความสะอาด และจัดเก็บขยะ รวมถึงสิ่งของเหลือใช้ บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ ไปบ้างแล้ว
สำหรับปัญหาขยะในเขตบางพลัด3 วันที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บได้ 1,700 ตัน เท่ากับ 1 ใน 3 ของการเก็บขยะปกติทั้ง 50 เขต แต่ประเมินว่ายังมีขยะตกค้างอีกทั้งหมด 1,000 ตัน ทั้งนี้กทม. จะเร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการเก็บขยะให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนรวบรวมขยะมากองไว้รวมกันในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย และสะดวกต่อการจัดเก็บ
ส่วนปัญหาขยะพิษและน้ำเน่าเสียที่อาจปะปนอยู่ในน้ำท่วมขังนายวรศาสตร์ อภัยพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควมคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้มีการจัดการอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการปล่อยน้ำ หรือ ขยะปนเปื้อนสารเคมีออกมานอกโรงงานอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน ส่วนปัญหาฝุ่นละอองในอากาศหลังปริมาณน้ำลดลง พบว่า มีฝุ่นละอองเพียงร้อยละ 3 ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย
นอกจากนี้ยังได้มีการรณรงค์ให้ประชาชน คัดแยกขยะ ตามโครงการ"ขยะโฟมแลกไข่ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม" โดยขยะโฟมเปล่า 20 ใบสามารถแลกไข่ไก่ได้ 1 ฟอง ซึ่งขณะนี้ได้รับการสนับสนุนไข่ไก่จากสภาอุตสาหกรรมแล้ว 2 หมื่นฟอง และในอนาคตอาจเพิ่มไข่เค็มเข้ามา เพื่อลดการแตกเสียหาย ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ด้วยการใช้อีเอ็มบอล พบว่าให้ผลดีในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย
