หารือปัญหาเปิดประตูระบายน้ำ กทม.ได้ข้อยุติ
นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นตัวแทนประชาชนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมสูงนำข้อเรียกร้องที่ให้กรุงเทพมหานครเปิดประตูระบายน้ำที่เชื่อมในเขตกรุงเทพฯ เข้าหารือกับตัวแทน กทม. และ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมสูงในพื้นที่ โดยที่ประชุมได้ข้อยุติว่าทาง กทม.จะเพิ่มระดับการเปิดประตูระบายน้ำที่เชื่อมต่อทั้งในเขตบางพลัด บางอ้อ บางบำหรุ จากเดิมที่ 50 เซนติเมตร เพิ่มตั้งแต่ 20 เซนติเมตรขึ้นไป หรืออาจจะเปิดทั้งบานมากกว่า 1 เมตร แล้วแต่การประเมินสถานการณ์ที่จะไม่ให้กระทบกับพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีประเมินว่าเมื่อมีการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นสถานการณ์น้ำในอำเภอบางกรวย และบางบัวทองจะดีขึ้นภายใน 4- 5 วัน ขณะที่ศปภ.จะประสานกรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในช่วงที่น้ำทะเลไม่หนุนสูงลงแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หารือร่วมกับนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเสนอให้วางแนวคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็กให้น้อยลง และการเร่งระบายน้ำด้วยการเพิ่มเครื่องสูบระบายน้ำให้กรุงเทพมหานครมากขึ้นเพื่อเร่งระบายน้ำลงทะเล ซึ่งจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ถูกน้ำท่วมสูงจากผลกระทบของการวางแนวกั้นน้ำ รวมถึงการลดความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกัน ขณะที่เห็นว่าการระบายน้ำเป็นหน้าที่การบริหารจัดการของ ศปภ.ที่สามารถสั่งการได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหารือร่วมกัน
ก่อนหน้านี้ประชาชนในเขตดอนเมือง หลักสี่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ ศปภ.เร่งระบายน้ำในพื้นที่ โดย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษก ศปภ.เป็นตัวแทนรับเรื่องทั้งหมดเพื่อดำเนินการ และให้นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ในฐานะเลขานุการคณะทำงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง เป็นผู้ดำเนินการประสานงานกับชาวบ้าน และให้กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการเรื่องขยะ และสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ โดยข้อเรียกร้องทั้งหมด ศปภ.จะเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องของประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน
