ป.ป.ช.ปฏิเสธตั้งสินบน 10 ล้านคดีปล้นบ้านปลัดคมนาคม

การเมือง
13:58
จำนวนผู้ชม 39
Thai PBS
ป.ป.ช.ปฏิเสธตั้งสินบน 10 ล้านคดีปล้นบ้านปลัดคมนาคม

ตำรวจเตรียมเชิญปลัดกระทรวงคมนาคมเข้าให้ปากคำเพิ่มในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ส่วนการติดตามผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก 3 คนยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่กรรมการ ป.ป.ช.ปฏิเสธตั้งสินบน 10 ล้านบาท กับผู้ที่ชี้เบาะแสที่มาทรัพย์สินของปลัดกระทรวงคมนาคม

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ปฏิเสธการตั้งสินบน 10 ล้านบาท ให้กับผู้ที่ให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่มาทรัพย์สินของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม

แต่เป็นระเบียบปกติของ ป.ป.ช.ตามมาตรา 30 ที่กำหนดว่าผู้ใดชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลข้อเท็จจริงอันเป็นผลให้ศาลตัดสินยึดทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินให้ผู้นั้นได้เงินสินบนตามระเบียบของป.ป.ช.ในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท

ส่วนกรณีการตรวจสอบที่มาของเงินนายสุพจน์นั้น ประธาน ป.ป.ช.คาดว่า ทางอนุกรรมการ ป.ป.ช.ที่ตั้งขึ้นจะรายงานเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.ในวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ส่วนการจะเชิญนายสุพจน์ มาให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.หรือไม่นั้น คงต้องรอข้อมูลจากการสอบสวนของตำรวจก่อน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรียืนยันถึงการส่งข้อมูลกรณีการทุจริตโครงการรถไฟฟ้าให้กับ ป.ป.ช.เพื่อประกอบการพิจารณาคดีนายสุพจน์ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาชี้แจงเพิ่มเติมนอกสภาฯ โดยคาดว่าประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ จะมีความชัดเจนในคดีนี้

ส่วนกรณีของนายโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในการอภิปรายข้อเท็จจริงการทุจริตโครงการถไฟฟ้าในที่ประชุมสภาฯ ไม่เคยกล่าวพาดพิงถึงนายโสภณ แต่อย่างใด

ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนของตำรวจนั้นในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ พนักงานสอบสวนจะเชิญนายสุพจน์ ปลัดกระทรวงคมนาคม มาสอบถามจำนวนเงินที่แท้จริง เพราะจากที่นายสุพจน์เคยแจ้งจำนวนเงินที่หายไปไว้กับตำรวจ กับเงินของกลางที่ยึดมาได้ไม่ตรงกัน

ส่วนการติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่คือนายวีระศักดิ์ เชื่อลี หรือโก้ นายพงษ์ศักดิ์ นามวงศ์ และนายคำนวณ เมฆน้อย ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บังคับการศูนย์สืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประสานไปยังประเทศลาว ให้ช่วยติดตามตรวจสอบ

ขณะที่นายสุพจน์ยืนยันยังไม่มีการเปิดแถลงข่าวโต้ข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ เนื่องจากจะยิ่งทำให้เกิดความสับสน หรือมีผู้นำข้อมูลไปเชื่อมโยงกัน โดยขอเข้าชี้แจงต่อกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนเรื่องการสืบสวนสอบสวนให้เป็นเรื่องของตำรวจดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม


แท็กที่เกี่ยวข้อง