ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก “สนธิ” 1 ปี ปราศรัยหมิ่น “ทักษิณ”
ศาลอุทธรณ์พิพากษา คดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชันวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ทนายเป็นโจกท์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ นายขุนทอง ลอเสรีวานิช บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. คดีนี้โจกท์ฟ้องสรุปว่า จำเลยที่ 1 กล่าวปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ท้องสนามหลวง เมื่อปี 2549 กล่าวหาโจทก์ทำนองว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช้เงินซื้อประชาชนให้รักตัวเอง เป็นพวกหมกมุ่นเรื่องไสยศาสตร์ และโจกท์ยังเคยจัดทีมเพื่อไล่ล่าสังหารจำเลย กล่าวหาจำเลย อันเป็นการใส่ความโจกท์ต่อบุคคลที่ 3 ด้วยการโฆษณา โดยมีเจตนาให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง และเพื่อจูงใจให้ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง งดเว้นการลงคะแนนเสียงให้โจกท์ และพรรคไทยรักไทย ขณะที่ จำเลยที่ 2 นำคำปราศรัยจำเลยที่ 1 ลงตีพิมพ์เผยแพร่
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ ประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ตามคำฟ้องของโจทก์จริง แต่จำเลยที่ 1 ไม่เคยกระทำความผิดร้ายแรง และไม่เคยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุด จึงสมควรให้จำเลยที่ 1 แก้ไขปรับปรุงตัว ศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้จำเลยที่ 1 ร่วมตีพิมพ์โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน โดยให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า ไม่ได้ทำผิดตามคำฟ้องของโจกย์จริง
