ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

รู้จัก "Longevity" เติมสุขภาพดี ควบคู่ความสุข

ไลฟ์สไตล์
10:50
1,060
รู้จัก "Longevity" เติมสุขภาพดี ควบคู่ความสุข
อ่านให้ฟัง
08:54อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

เมื่อพูดถึง "ความหมายของชีวิต" หลายคนอาจนึกถึงความสำเร็จ ความสุข หรือการได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือก แม้เป้าหมายของแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกัน คือการมีเวลาเพียงพอที่จะใช้ชีวิตนั้นได้อย่างเต็มที่และมีความหมาย

การมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่กับสุขภาพที่ดี จึงกลายเป็นความปรารถนาของใครหลายคนในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมถึงการจัดสมดุลการใช้ชีวิต

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์ด้านสุขภาพมาแรงมาก โดยเฉพาะหลังจากโควิด-19 ที่ทำให้คนหันมาสนใจการดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่แค่รักษาเมื่อป่วยแต่เน้นป้องกันและมีสุขภาพดีในระยะยาว อย่าง ฟิลาทิส (Pilates) ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง ลดอาการปวดหลัง เพิ่มความยืดหยุ่น และเหมาะกับทุกวัย

อีกหนึ่งอย่างที่ถูกพูดถึงคือ "Longevity" หรือ เทรนด์อายุยืนยาวแบบสุขภาพดี หลายคนอาจคุ้นหู แต่หลายคนยังไม่รู้จัก หรือ เข้าใจเท่าไร ชวนทุกคนมาทำความเข้าใจ เพราะบางเรื่องจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้มีชีวิตยืนยาว จะได้คุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดี ไปพร้อมกันอย่างสมดุล

Longevity ไม่ได้หมายถึงการมีอายุยืนยาวเพียงตัวเลข แต่คือการมีชีวิตที่ยืนยาว พร้อมคุณภาพ มีร่างกายที่ยังพาเราไปทำสิ่งที่รัก มีจิตใจที่ยังรับรู้ความสุข และมีความหมายในทุกช่วงวัย เพราะชีวิตที่ยืนยาวแต่เต็มไปด้วยความเจ็บป่วย อาจไม่ใช่ชีวิตที่ตอบโจทย์ความหมายที่แท้จริง

การพูดถึง Longevity จึงเปรียบเสมือนการตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราอยากมีชีวิตแบบใดในวันที่อายุมากขึ้น และวันนี้เรากำลังดูแลร่างกาย จิตใจ ให้พร้อมสำหรับวันข้างหน้าแล้วหรือยัง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความหมายของชีวิตอาจไม่ใช่แค่ "อยู่ได้นานแค่ไหน"

"Longevity" คืออะไร อายุยืนยาวแบบสุขภาพดี

Longevity อ่านว่า "ลอง-จี-วิ-ตี้" หมายถึง "การมีอายุยืนยาว" แต่ในบริบทปัจจุบัน โดยเฉพาะเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง ไม่ได้หมายถึงแค่อายุยืน แต่คือ การมีอายุยืนยาวพร้อมสุขภาพดีทั้งกายและใจ ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เข้าสู่ช่วงบั้นปลายชีวิตได้อย่างมีความสุขมีคุณภาพชีวิต และไม่เป็นภาระของลูกหลานหรือคนรอบข้าง

แล้วทำไม Longevity จึงสำคัญ นั่นเพราะการมีสุขภาพที่ดีช่วยให้เรายังใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ กระฉับกระเฉง แม้เมื่ออายุมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยโอกาสในการเกิดโรค สุขภาพที่แข็งแรงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในระยะยาวได้ เพิ่มอายุขัย เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวกว่าค่าเฉลี่ย

ในเรื่องนี้ นพ.นิธิวัฒน์ ศรีกาญจนวัชร อายุรแพทย์ประจำศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ได้เคยให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสุขภาพ ในรายการ "โรงหมอ" Thai PBS Podcast กับชื่อตอน "เทรนด์ใหม่ Longevity ทำอย่างไรให้อายืนแบบสุขภาพดี ชะลอความเสื่อม" อธิบายถึง Longevity ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุขัยที่ยืนยาว (Life Span) เท่านั้น แต่เน้นที่ การมีช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี (Health Span) ให้ยาวนานที่สุด

Life Span vs Health Span จากสถิติคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ย (Life Span) ประมาณ 75 ปี แต่มีช่วงที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี (Health Span) เพียงถึงอายุ 65 ปี หมายความว่า 10 ปีสุดท้ายเป็นช่วงชีวิติที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ชอบเริ่มไปไหนมาไหนไม่ได้ กล้ามเนื้อลีบ ต้องมีลูกหลานมาดูแล และมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาท ฉะนััน Longevity คือการ "แก่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดี" สามารถดูแลตัวเองได้ ท่องเที่ยวได้ และความจำดีแม้ในวัย 80 ปี

ความต่างจาก Anti-aging คือการ "ต่อต้าน" หรือสู้กับความแก่เพื่อชะลอความเสื่อม แต่มุมมองของ Longevity คือการยอมรับการแก่ตัวลงแต่ต้องเป็น การแก่อย่างมีคุณภาพ (Healthy Aging)

เริ่มต้นได้ทุกวัย เน้นป้องกันก่อนเกิดโรค

การดูแลสุขภาพแบบ Longevity สามารถเริ่มได้ทุกช่วงอายุ เพราะร่างกายยังตอบสนองต่อพฤติกรรมสุขภาพที่ดีเสมอ สิ่งสำคัญคือการตระหนักรู้และลงมือป้องกันตั้งแต่ระยะแรก เช่น หากพบว่าน้ำตาลในเลือดเริ่มสูง แม้ยังไม่เป็นเบาหวาน ก็ควรรีบปรับพฤติกรรมทันที เพื่อดึงสุขภาพกลับมา ไม่ปล่อยให้ต้องพึ่งพายาไปตลอดชีวิต

นพ.นิธิวัฒน์ เปรียบเทียบว่า การดูแลสุขภาพเพื่อ Longevity เหมือนการดูแลบ้าน หากหมั่นทำความสะอาดและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออยู่เสมอ บ้านก็จะมั่นคงแข็งแรงไปได้นาน แต่หากปล่อยให้ทรุดโทรมจนโครงสร้างเสียหาย แม้ซ่อมแซมภายหลังก็อาจไม่กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

การสร้าง Longevity หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เริ่มต้นได้จากการปรับไลฟ์สไตล์พื้นฐาน 4 ด้านสำคัญ ดังนี้

1. โภชนาการ (Nutrition) เน้นการรับประทานอาหารธรรมชาติหรือ Real Food เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์สด ลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-processed Food) อาทิ ไส้กรอก กุนเชียง ซีเรียล ขนมเค้ก น้ำอัดลม ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นการอักเสบ ทำให้สมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ระบบเผาผลาญ และฮอร์โมนแปรปรวน ควรเลือกกินผักหลากหลายสี และรับสารอาหารหลักให้ครบถ้วน

2. การออกกำลังกาย (Exercise) ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออกกำลังกายหนัก ๆ ผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายสามารถเริ่มจากการเดิน เพิ่มจำนวนก้าวให้มากขึ้น เช่น วันละ 5,000 ก้าว หรือหากทำได้ถึง 10,000 ก้าวจะยิ่งดี ควรออกกำลังกายให้ครบทั้ง

  • Cardio อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ แอโรบิก เพื่อเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงภาวะดื้ออินซูลินและโรคเบาหวาน
  • Weight Training เพื่อรักษาและสะสมมวลกล้ามเนื้อ เปรียบเสมือนการ "ออมสุขภาพ" ในระยะยาว
  • Flexibility เช่น โยคะ ฟิลาทิส หรือการยืดเหยียด ช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น และเสริมการทรงตัวในวัยสูงอายุ

3. การนอนหลับ (Sleep) การนอนหลับเป็นหัวใจของสุขภาพที่ดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมเซลล์และลดการอักเสบ หากนอนไม่เพียงพอ ร่างกายจะเสื่อมถอยเร็ว ส่งผลต่ออารมณ์ ฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ และทำให้ดูแก่กว่าวัย การนอนที่ดีควรนอนตามนาฬิกาชีวิต เข้านอนไม่เกิน 22.00 น. นาน 7–9 ชั่วโมง เพื่อให้หลับลึกอย่างมีคุณภาพ ควรมีวินัยในการนอน หลีกเลี่ยงความเครียดก่อนนอน การใช้หน้าจอ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงบ่ายหรือเย็น

4. การจัดการความเครียด (Stress Management) ความเครียดเรื้อรังเป็นตัวเร่งให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมน เพิ่มการอักเสบในร่างกาย และเป็นต้นทางของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมถึงทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง การเรียนรู้จัดการความเครียดอย่างเหมาะสมจึงเป็นกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพดีในระยะยาว

Longevity ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เริ่มได้จากการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการกิน การเคลื่อนไหว การพักผ่อน และการดูแลใจให้สมดุล

อ้างอิงข้อมูล : Thai PBS Podcast, โรงพยาบาลพญาไท 3