วันนี้ (6 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ก่อนหารือเต็มคณะในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน การพัฒนา และการแก้ไขปัญหาข้ามแดน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ
"อนุทิน" หารือ "มิน ออง ไลง์" ลงนามความร่วมมือแรงงาน-จัดการคุณภาพน้ำ-เทคโนโลยี
โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมา และเลือกเยือนไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความผูกพันของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ โดยไทยพร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเมียนมาในอาเซียน และร่วมกันสานต่อความร่วมมือ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาแรงขับเคลื่อนเชิงบวกในความสัมพันธ์ทวิภาคี ผ่านการหารือและการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันการดำเนินงานตามแถลงการณ์ร่วมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศ
"อนุทิน" หารือ "มิน ออง ไลง์" ลงนามความร่วมมือแรงงาน-จัดการคุณภาพน้ำ-เทคโนโลยี
ด้านการเมืองและความมั่นคง นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมเสนอให้ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด การหลอกลวงทางออนไลน์ และการฟอกเงิน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและพื้นที่ชายแดนร่วมกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจว่า เป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา พร้อมยินดีต่อการกลับมาเปิดใช้จุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด-เมียวดี) และเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกการค้าชายแดน และพัฒนาความเชื่อมโยงด้านคมนาคม เพื่อฟื้นฟูบรรยากาศการค้าและเศรษฐกิจชายแดนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
นอกจากนี้ ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (JTC) ภายในปีนี้ พร้อมเสนอให้สานต่อความร่วมมือด้านพลังงาน ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน พัฒนากลไกการชำระเงินระหว่างกัน และผลักดันการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงไทย-เมียนมา-ภูมิภาค เพื่อยกระดับการค้า การลงทุน และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสัมพันธ์ด้านแรงงานว่า ยินดีต่อการลงนามความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทย-เมียนมา พร้อมย้ำความสำคัญของแรงงานเมียนมาต่อเศรษฐกิจไทย และยืนยัน ความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมายผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศ
"อนุทิน" หารือ "มิน ออง ไลง์" ลงนามความร่วมมือแรงงาน-จัดการคุณภาพน้ำ-เทคโนโลยี
ด้านสิ่งแวดล้อม นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ที่จะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายจะเร่งดำเนินแผนความร่วมมือแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน จัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านเทคนิคเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ และสานต่อความร่วมมือในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการป้องกันอุทกภัย เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนร่วมกัน
นอกจากนี้ ไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นหุ้นส่วน เพื่อการพัฒนาของเมียนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือด้านเกษตรกรรม สาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา การบริหารจัดการภัยพิบัติ และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของไทยและเมียนมา ในการยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ โดยเชื่อมั่นว่า การดำเนินงานตามแนวทางที่ทั้งสองฝ่าย เห็นพ้องจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยจะเป็นมิตรและหุ้นส่วนที่พร้อมสนับสนุนเมียนมาต่อไป บนพื้นฐานของมิตรภาพอันดีและผลประโยชน์ร่วมกัน
"อนุทิน" หารือ "มิน ออง ไลง์" ลงนามความร่วมมือแรงงาน-จัดการคุณภาพน้ำ-เทคโนโลยี
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือในเวลา 12.30 น. นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเมียนมาได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่
1. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่าด้วยการจ้างแรงงาน
2. ขอบเขตหน้าที่ (Terms of Reference: TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา
3. บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กับสำนักงานอวกาศแห่งเมียนมา (Myanmar Space Agency) เรื่องความร่วมมือในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสำรวจโลกในทางสันติ
"อนุทิน" หารือ "มิน ออง ไลง์" ลงนามความร่วมมือแรงงาน-จัดการคุณภาพน้ำ-เทคโนโลยี
ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือวันนี้ แสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาล แต่เป็นความร่วมมือที่มุ่งแก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการบริหารจัดการแรงงานระหว่างสองประเทศ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนา ทั้งยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้นำทั้งสองประเทศที่จะกระชับความร่วมมือไทย-เมียนมาในทุกมิติ
"อนุทิน" หารือ "มิน ออง ไลง์" ลงนามความร่วมมือแรงงาน-จัดการคุณภาพน้ำ-เทคโนโลยี
อ่านข่าว :
"อนุทิน" ต้อนรับ "มิน ออง ไลง์" เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
ครม. ไฟเขียว MOU "ไทย–เมียนมา" ฉบับปรับปรุง คุ้มครองสิทธิแรงงาน
ครม.อนุมัติ 16 ล้าน ร่วมมือ 3 ประเทศเพื่อนบ้าน สกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ
