เปลือย "ข้อมูล" นายกฯ แล้ว ปชช.จะรอดหรือ?

การเมือง
18:06
จำนวนผู้ชม 149
Thai PBS
เปลือย "ข้อมูล" นายกฯ แล้ว ปชช.จะรอดหรือ?

เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลรถ เลขทะเบียน สีและรุ่น หลุดรั่วเผยแพร่สู่ภายนอก มิหนำซ้ำ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ระดับผู้นำประเทศที่ข้อมูลควรต้องได้รับการปกป้อง กลับแทบจะเปลือยล่อนจ้อน ทั้งบัตร หมายเลข 13 หลัก ที่อยู่ รถกี่คันที่เป็นเจ้าของ ไม่มีรอด

เป็นการเปิดประเด็นที่ทำให้คนรู้สึกหวาดหวั่นและสะพรึง จากทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านไอที นายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ ที่โพสต์ข้อความ

ตำแหน่งใหญ่ในมหาดไทย ตั้งแต่ มท.1 ซึ่งหมายถึงนายอนุทิน และเป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีช่วย มท. และข้าราชการประจำระดับสูงในกระทรวง ทั้งปลัดกระทรวง อธิบดีหลายคน ข้อมูลรั่วแบบยับ ๆ

ระบุมีเหตุให้เชื่อได้ว่า รั่วไหลมาไม่น้อยกว่า 5 ปีแล้ว ก่อนแซะไปถึงเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ PDPC Eagle Eye หรือศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล หรือ สคส. ต้องตื่นอยู่ในโลกความจริง

ขณะที่ PDPA หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องศักดิ์สิทธิ์และบังคับใช้ได้จริง

ไม่ต่างจาก นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความระบุชัด ข้อมูลส่วนบุคคลจากกรมการขนส่งทางบก (PR.DLT.News) รั่วไหล มีเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของหน่วยงานรัฐ เปิดสาธารณะ ให้ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลจากทะเบียนรถ หรือเอาเบอร์โทรศัพท์ไปค้นหารถในครอบครองได้

แม้แฮกเกอร์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมาย PDPA แต่หน่วยงานต้องรีบแจ้งเหตุละเมิดต่อ PDPC และแจ้งเตือนต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ระมัดระวัง

แต่จะระมัดระวังอย่างไร เพราะไม่ได้รั่วจากเจ้าของข้อมูลเอง ขนาดนายกฯ และคนระดับบิ๊ก ยังโดนล้วงข้อมูลได้ แล้วประชาชนทั่วไปจะมีอะไรเหลือ

มีบางคนทดสอบแล้ว สามารถแฮกข้อมูลรถทุกคันที่นายกฯ มีชื่อเป็นเจ้าของได้อย่างครบถ้วน แต่ดูจากท่าทีของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เสมือนแค่ส่งสัญญาณว่า เอาอยู่ แต่จะ "เอาอยู่" จริงหรือไม่ เป็นอีกประเด็นคำถาม

เมื่อมีกระแสพุ่งเป้าว่ารั่วไหลจากกรมการขนส่งทางบก ที่เปิดช่องให้หน่วยงานต่าง ๆ เชื่อมต่อระบบข้อมูลได้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยคมนาคม ยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเผยแพร่ เป็นข้อมูลพื้นฐาน ไม่สามารถนำไปทำธุรกรรมใด ๆ ได้

แต่ดูไม่สอดคล้องกับกูรูด้านไอที ที่กลับระบุว่า ข้อมูลที่รั่วออกมา สามารถตัดต่อทำเป็นสำเนาบัตรประชาชนได้ เพราะมีครบทั้งเลข 13 หลัก ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

เมื่อมีสำเนาบัตรประชาชน ย่อมสามารถจะทำอะไรต่อได้ ยังไม่นับการเป็นสารตั้งต้น สำหรับล้วงหาข้อมูลรถและทรัพย์สิน ที่อาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมได้

นายสิริพงศ์ ระบุว่า ตรวจพบ IP ต้องสงสัยจาก 3 แหล่งแอคเคาท์ ประกอบด้วย เทศกิจเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษฯ และอีกหนึ่ง คือกองกำลังสิงหนาถ หน่วยเฉพาะกิจทางทหารของกองทัพ ก.คมนาคมจึงได้แจ้งไปยังตำรวจไซเบอร์ และระงับยูสเซอร์ของทั้ง 3 หน่วยงานเป็นการชั่วคราวแล้ว

ขณะที่รัฐมนตรีดีอี นายไชยชนก ชิดชอบ ระบุว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ และคืบหน้าไปมาก แต่ยืนยัน ไม่ใช่การแฮกข้อมูล แต่พบว่าเป็น IP เดียว มาจากสถานที่เดียว แต่ใช้แอคเคาท์ในการล็อกอิน 2 ครั้ง ขอให้รอทีมงานตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อน ซึ่งดูจะต่างจากข้อมูลทาง ก.คมนาคม

ขณะที่ทางตำรวจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งเรื่องข้อมูลส่วนตัวของนายกฯ-รมต. ที่หลุดว่อนอยู่ขณะนี้ ระบุพบต้นทางเชื่อมโยงระบบกรมการขนส่งทางบก และกรมการปกครอง และตามสูตร คือเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบหาสาเหตุ

เท่ากับถึงช่วงสาย 6 ส.ค. ยังคงไม่มีความชัดเจน แม้แต่ต้นทางที่ข้อมูลรั่วไหลว่ามาจากไหนกันแน่ เพราะทางปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ หนึ่งในรายชื่อที่ข้อมูลรั่วไหล แสดงความมั่นใจว่า ไม่ได้รั่วมาจากมหาดไทย และไม่น่าจะมาจากกรมการขนส่งทางบก เพราะรูปที่ปรากฏ เป็นรูปติดบัตรประชาชน

ทั้งตั้งข้อสังเกต น่าจะหลุดออกมาจากนำบัตรประชาชนไปใช้ทำธุรกรรม เช่น สนามบิน และเบื้องต้นมี 3 หน่วยงานที่เข้าถึงข้อมูลได้ โดยไม่ต้องเสียบบัตรประชาชน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์รักษาความปลอดภัย หรือ ศรภ. และ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ประชาชนเคยตั้งคำถาม กรณีติดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งมาแล้ว

การเคลียร์เรื่องแทนที่จะทำให้หายสงสัย กลับยิ่งสับสนหนัก อันเป็นผลจากต่างคนต่างหน่วยงานต่างทำ ต่างอธิบาย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น อาจดูเล็กสำหรับบางคน แต่เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับประชาชนทั่วไป เพราะคนระดับนายกฯ ยังไม่รอด

แม้จะยากจนข้นแค้น แต่ข้อมูลความจน ต้องเป็นความลับส่วนบุคคล และควรต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

อ่านข่าว :

นายกฯ สั่งหาต้นเหตุ เอาผิดผู้เกี่ยวข้องปมข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

"ไชยชนก" เผยรู้ IP มือล็อกอินปล่อยข้อมูลบัตรประชาชน "บิ๊กการเมือง"

"สิริพงศ์" สั่งปิด API ทุกระบบ หลังข้อมูลผู้ครอบครองรถยนต์หลุดว่อนเน็ต