วันนี้ ( 11 ส.ค.2569) นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า เทศกาลวันแม่ยังคงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร จากพฤติกรรมของครอบครัวไทยที่นิยมพาคุณแม่และสมาชิกในครอบครัวออกไปรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อใช้เวลาและสร้างความทรงจำในโอกาสพิเศษ สมาคมฯ มองว่าวันแม่เป็นหนึ่งในวันที่ร้านอาหารมีผู้ใช้บริการหนาแน่น โดยหลายร้านมีอัตราการใช้บริการเต็ม 100%
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย
ขณะที่ข้อมูลของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)หรือเคทีซี พบว่าในวันแม่ปี 2568 หมวดร้านอาหารเป็นหมวดที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 และมียอดใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยวันปกติถึง 80% สะท้อนบทบาทของร้านอาหารในฐานะจุดหมายหลักของการใช้จ่ายช่วงเทศกาลครอบครัว
นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี กล่าวว่า ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี สะท้อนว่าร้านอาหารยังคงเป็นหมวดใช้จ่ายสำคัญในช่วงเทศกาลวันแม่ โดยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 หมวดร้านอาหารเป็นหมวดที่มียอดใช้จ่ายสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 และมียอดใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยวันปกติ 80% สะท้อนว่าผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ร่วมกันของครอบครัว โดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้านในโอกาสพิเศษ
“วันแม่” ดันยอดกินข้าวนอกบ้านพุ่ง ร้านอาหารเต็ม 100% เงินสะพัด 1.1 หมื่นล้านบาท
สำหรับวันแม่ปี 2569 แม้ผู้บริโภคจะมีทางเลือกในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากมาตรการ‘ไทยช่วยไทยพลัส คาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดร้านอาหารจะเติบโตตามเป้าหมายประมาณ 5% จากปีก่อน เนื่องจากร้านอาหารยังเป็นจุดหมายหลักในการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว ขณะเดียวกัน สมาชิกมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น ทั้งการใช้คะแนนสะสมเพื่อแลกรับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืน ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เลือกมากขึ้น แต่ยังพร้อมใช้จ่ายในช่วงเวลาสำคัญที่มีความหมายต่อครอบครัว
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า วันแม่ปี 2569 จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจประมาณ 11,139.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งมีเงินสะพัด 11,062.11 ล้านบาท และขยายตัว 1.9% ขยายตัวปีนี้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังของประชาชน สำหรับกิจกรรมยอดนิยมในช่วงวันแม่ยังคงเป็นการพาแม่ไปรับประทานอาหาร คิดเป็น 52.1% รองลงมาคือ พาแม่ไปทำบุญ 36.6% และพาแม่ไปทำกิจกรรมอื่นนอกบ้าน 33.1% แต่อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการทำกิจกรรมส่วนใหญ่ลดลงจากปีก่อน โดยการพาแม่ไปรับประทานอาหารลดลงจาก 59.3% การพาแม่ไปทำบุญลดลงจาก 44.5% และการพาแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้านลดลงจาก 40.5%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ส่วนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการพาแม่ไปรับประทานอาหารอยู่ที่ 2,374.89 บาท เพิ่มขึ้น 0.5% การพาแม่ไปทำบุญเฉลี่ย 1,315.03 บาท เพิ่มขึ้น 1.9% ขณะที่การพาแม่เที่ยวต่างจังหวัดแบบค้างคืนเฉลี่ย 12,311.32 บาท ลดลง 2.5% ของขวัญที่ประชาชนนิยมซื้อให้แม่ ได้แก่ พวงมาลัยหรือดอกไม้ 68.1% ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย วิตามิน หรือยารักษาโรค 65% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า 63.7% สลากกินแบ่งรัฐบาล 63.5% และเงินสดหรือทอง 60.4%
อ่านข่าว:
"วันแม่แห่งชาติ 2569" 12 สิงหาคม ชวนบอกรักแม่ เติมความสุขให้กัน
วันแม่ เงินสะพัด 1.1หมื่นล้าน ของขวัญวันแม่ยอดนิยม “สลากกินแบ่งรัฐบาล”
ในหลวง พระราชทาน คำขวัญวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค.2569
