จากกรณีข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น กับผู้ที่อ้างตัวเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 30 ปี นำท่อปูนซีเมนต์มาปิดทางเข้า-ออกวัด พร้อมติดประกาศอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และให้ผู้ที่บุกรุกขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ขณะที่คดีล่าสุดยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และอยู่ระหว่างยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาว่าจะรับฎีกาไว้พิจารณาหรือไม่
ข้อพิพาทเรื่องที่ดินย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2533 เมื่อมีหลักฐานการทำหนังสืออุทิศที่ดินของ นายเฮียง พิมพ์ศรี เพื่อใช้สร้างวัดป่าอดุลยาราม โดยที่ดินส่วนหลักมีเนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 21555
ต่อมาในปี 2535 นายเฮียงเสียชีวิต
ปี 2553 นางนาง พิมพ์ศรี ภรรยาของนายเฮียง ฟ้องวัดป่าอดุลยาราม ทั้งในประเด็นขับไล่และเพิกถอนการยกที่ดิน แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน และศาลฎีกาไม่รับคดีไว้พิจารณา
ต่อมาในปี 2567 นางบัวไข สรสมุทร ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเฮียง ยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และวัดป่าอดุลยาราม เกี่ยวกับการออกโฉนด การรังวัดแบ่งแยก และสิทธิในที่ดิน
ปี 2568 ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยในประเด็นสำคัญ ศาลพิจารณาว่า การอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัดของนายเฮียง มีเจตนาชัดเจน และเมื่อมีการประกาศตั้งวัดแล้ว ที่ดินส่วนดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดตามที่ศาลวินิจฉัย
นางบัวไขยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ซึ่งมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
อย่างไรก็ตาม คดีของนางบัวไขยังไม่สิ้นสุดในกระบวนการศาล ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาว่าจะรับฎีกาไว้พิจารณาหรือไม่
จึงยังต้องติดตามว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่ ขณะที่ข้อพิพาทเรื่องพื้นที่และกรรมสิทธิ์ยังเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการตามกระบวนการต่อไป
อ่านข่าว :
เปิดปมพิพาทที่ดิน “วัดป่าอดุลยาราม” ยาวนานกว่า 30 ปี ทายาทปิดทาง-เจ้าอาวาสยันรับมาถูกต้อง
ตำรวจขอนแก่นวางกำลังป้องกัน "วัดป่าอดุลยาราม" หลังถูกขู่รื้อกำแพง
