วันนี้ (19 ส.ค.2569) ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ ทั่วโลกต่างเผชิญกับสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นใน 2 ภูมิภาคสำคัญของโลก ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสเปนในทวีปยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างหนัก ทั้งยังสร้างความท้าทายอย่างมากต่อภารกิจการค้นหาและกู้ภัยของหน่วยงานท้องถิ่น
เขย่าสเปน 4.8 รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี
ที่ประเทศสเปน เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 4.8 เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีจุดศูนย์กลางห่างจากเมืองกรานาดา ทางตอนใต้ของประเทศไปทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้ท้องถนนในเมืองกรานาดาเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่ร่วงหล่นลงมากระจัดกระจายทับรถยนต์ที่จอดอยู่ริมทางเสียหายเป็นจำนวนมาก
หน่วยงานบริการฉุกเฉินของแคว้นอันดาลูเซียรายงานว่า ได้รับแจ้งเหตุดินถล่มและพบรอยแตกร้าวบนพื้นดินมากกว่า 500 จุด เบื้องต้นยืนยันมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอย่างน้อย 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็ก ซึ่งทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ทางการได้สั่งอพยพประชาชนประมาณ 600 คน ในเมืองลาส กาเบียส ออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
ขณะเดียวกันยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง วัดระดับความรุนแรงได้ระหว่าง 2.7-4.2 ด้านสถาบันภูมิศาสตร์แห่งชาติสเปนระบุว่า พื้นที่ทางตอนใต้ยังคงเผชิญแผ่นดินไหวซ้ำหลายครั้งตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. รวมถึงเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.0 เมื่อเช้ามืดวันที่ 15 ส.ค. ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในภูมิภาคนี้ในรอบกว่า 70 ปี
อินโดนีเซีย ยอดดับพุ่ง 70 ศพ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ขณะที่อีกมุมหนึ่งของโลก ประเทศอินโดนีเซียต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนตลอดแนวแม่น้ำใน จ.นูซาเติงงาราตะวันออก ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โบสถ์คริสต์ในท้องถิ่นเกิดรอยแตกร้าวเป็นทางยาวทั่วผนังอาคาร ขณะที่มัสยิดศูนย์รวมใจของชุมชนมุสลิมพังทลายลงมาเหลือเพียงเศษซาก
ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้พุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างน้อย 70 คนแล้ว และมีประชาชนอีกหลายพันคนต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย รัฐบาลท้องถิ่นจึงได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ เพื่อเร่งระดมงบประมาณและทรัพยากรเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง
ด้านบรรยากาศตามศูนย์อพยพชั่วคราวเต็มไปด้วยความยากลำบาก ประชาชนและเด็ก ๆ จำเป็นต้องอาศัยนอนในเต็นท์สนามและผ้าสแลนกลางแจ้ง เนื่องจากยังคงหวาดกลัวต่อเหตุอาฟเตอร์ช็อก โดยทีมค้นหาและกู้ภัยยังคงลุยพื้นที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าว :
ตม.หนองคายรวบ 4 หนุ่มจีนลอบข้ามโขงจากลาวเข้าไทย ยึดโน้ตบุ๊ก-มือถือเพียบ
ตร.หาดใหญ่ โต้คลิปไบค์เกอร์มาเลเซีย บิดเบือนข้อเท็จจริง ยันทำตามกฎหมาย
