ผลตรวจสารปนเปื้อนนิคมฯ 7 แห่ง ไม่พบในระดับอันตราย
กรมควบคุมมลพิษมีข้อมูลเผยแพร่ในเว็บไซต์ ระบุ ถึงการตรวจสอบรการปนเปื้อนสารเคมีในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วม 7 แห่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ยังไม่พบสารปนเปื้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนายสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ ประเมินว่า แม้จะมีสารเคมีรั่วไหลออกมาจากนิคมอุตสาหกรรม แต่มวลน้ำจำนวนมากได้ช่วยทำให้สารลดเจือจางลดความเข้มข้นลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังสารเคมีที่มีจุดเดือดสูง ซึ่งไม่ระเหยไปกับน้ำ และ อาจตกค้างในตะกอนดิน อย่าง เบนซีน โทลูอีน เอทานอล และเฮกเซน ที่ใช้ในอุตสาหกรรมผสมสี และใช้เป็นสารทำความสะอาดผลิตภัณฑ์
ขณะที่ผู้ประกอบการรับกำจัดกากของเสียอันตรายจากนิคมอุตสาหกรรม ระบุว่า โรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมควรกำจัดกากของเสียอย่างถูกวิธีเพื่อลดโอกาสปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม และ เรียกร้องภาครัฐหามาตรการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี หากเกิดอุทกภัยในอนาคตอีก
การตรวจสอบสารเคมีปนเปื้อนที่อาจรั่วไหลจากน้ำที่ท่วมในนิคมอุตสาหกรรมกำลังถูกตรวจสอบจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคประชาชน โดยมีชาวบ้านรวมตัวกันยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้เข้ามาตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเก็บตัวอย่างทั้งน้ำและดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วม 4 แห่ง คือ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมนวนคร สหรัตนนคร และ สวนอุตสาหกรรมบางกะดี ซึ่งจะนำผลการวิเคราะห์ที่ได้มาตรวจสอบ ร่วมกับหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบโดยตรง อย่าง กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือกรมควบคุมมลพิษ เพื่อจะสรุปผลและเสนอแผนการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีอันตราย จากนิคมอุตสาหกรรม หากเกิดน้ำท่วมอีกในอนาคต
