วันนี้ ( 16 ก.ย.2569)นายศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา รองประธานสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย (TDCA) กล่าวว่า ธุรกิจดาตาเซนเตอร์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 27.2% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 24% และระดับโลกที่ 15% สะท้อนโอกาสในการดึงดูดการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของธุรกิจยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค
TDCA ชี้ Data Center โต 27.2% ต่อปี ดันมูลค่าเศรษฐกิจไทยแตะ 7.7 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าของธุรกิจดาตาเซนเตอร์ในประเทศไทยที่มีการกล่าวถึงประมาณ 30,000 เมกะวัตต์ จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เนื่องจากเป็นเพียงคำขอที่ใช้ประกอบเอกสารประมูลงาน ไม่ใช่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงทั้งหมด
เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าในดาตาเซนเตอร์สูงสุดในโลกประมาณ 29,000 เมกะวัตต์ และจีนประมาณ 8,500 เมกะวัตต์ จึงมองว่าไทยไม่น่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจริงถึง 30,000 เมกะวัตต์ตามตัวเลขคำขอ โดยประเมินว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ดาตาเซนเตอร์ในไทยจะใช้ไฟฟ้าจริงประมาณ 3,727 เมกะวัตต์ หรือใกล้เคียงกับความต้องการไฟฟ้าจากการเปลี่ยนรถยนต์ประมาณ 25% ของรถยนต์ทั้งประเทศเป็นรถยนต์ไฟฟ้า
TDCA ชี้ Data Center โต 27.2% ต่อปี ดันมูลค่าเศรษฐกิจไทยแตะ 7.7 พันล้านดอลลาร์
เสนอรัฐแยกประเภทก่อนออกกฎกำกับ
นายศุภรัฒศ์กล่าวว่า ดาตาเซนเตอร์มีรูปแบบธุรกิจและการใช้ทรัพยากรแตกต่างกัน จึงควรจัดประเภทให้ชัดเจนก่อนออกมาตรการกำกับ โดยแบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ Government Data Center ศูนย์ข้อมูลภาครัฐและหน่วยงานด้านความมั่นคง Financial Services Data Center ศูนย์ข้อมูลธนาคารและสถาบันการเงิน Telecommunications ระบบโทรคมนาคมและอุปกรณ์เครือข่าย Cloud and Enterprise รองรับผู้ให้บริการคลาวด์และภาคธุรกิจทั่วไป และ AI Campus ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์และมีการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุด
สำหรับศูนย์ข้อมูลภาครัฐ ธนาคาร และโทรคมนาคม มักตั้งอยู่ในเขตเมืองเพื่อรองรับความต้องการด้านความเร็วและการบริหารจัดการ ขณะที่ศูนย์ข้อมูล AI มีแนวโน้มกระจุกตัวในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก โดย TDCA จึงเสนอให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล AI Campus เป็นพิเศษ แทนการออกกฎเกณฑ์แบบเหมารวมทุกประเภท เพราะอาจกระทบผู้ใช้งานปลายทางและธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม AI Campus
TDCA ชี้ Data Center โต 27.2% ต่อปี ดันมูลค่าเศรษฐกิจไทยแตะ 7.7 พันล้านดอลลาร์
เอกชนหนุนตั้งบอร์ดดาตาเซนเตอร์
สำหรับการจัดตั้งบอร์ดดาตาเซนเตอร์ ภาคเอกชนเห็นด้วยกับการมีหน่วยงานหลักเข้ามากำกับดูแล เพื่อให้ทิศทางการจัดระเบียบและกฎเกณฑ์มีความชัดเจนมากขึ้น หลังที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานทั้งนี้ กฎกติกาที่ไม่ชัดเจนไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการดาตาเซนเตอร์ แต่ยังส่งผลต่อลูกค้าปลายทาง การลงทุน และธุรกิจดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นตามมา โดยเปรียบเทียบดาตาเซนเตอร์กับสนามบินที่ต้องรองรับทั้งสายการบินในประเทศและต่างประเทศ หากนักลงทุนไม่มั่นใจว่าสนามบินจะเปิดให้บริการหรือสามารถขยายได้ อาจเลือกไปลงทุนในประเทศอื่น ในด้านต้นทุนค่าไฟฟ้า TDCA มองว่าสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ หากอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและยังสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้
ทั้งนี้ TDCA เสนอให้ภาครัฐบริหารจัดการกำไรจากการขายไฟฟ้าให้ดาตาเซนเตอร์ เพื่อนำมาลดค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนได้ถึง 20% หรือประมาณ 141 บาทต่อเดือน โดยไม่ต้องใช้งบประมาณอุดหนุน พร้อมผลักดันการใช้สินค้าและอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานและการจ้างงานไทย
TDCA ชี้ Data Center โต 27.2% ต่อปี ดันมูลค่าเศรษฐกิจไทยแตะ 7.7 พันล้านดอลลาร์
การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับดาตาเซนเตอร์จะสร้างงานทักษะสูงได้ประมาณ 19,900 ตำแหน่ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าสำรอง (UPS) ซึ่งไทยมีพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้ากำลัง และวิศวกรรมเคมี สามารถต่อยอดเข้าสู่อุตสาหกรรมดาตาเซนเตอร์ได้
นอกจากนี้ เสนอให้รัฐพิจารณากลไกสนับสนุนด้านเงินทุนหรือเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้บริษัทไทยสามารถลงทุนพัฒนาโรงงานและผลิตอุปกรณ์ตามมาตรฐาน หากดำเนินการได้ บริษัทไทยจะมีโอกาสส่งออกอุปกรณ์และบริการไปยังดาตาเซนเตอร์ในต่างประเทศ สร้างรายได้กลับเข้าสู่ประเทศ
TDCA ชี้ Data Center โต 27.2% ต่อปี ดันมูลค่าเศรษฐกิจไทยแตะ 7.7 พันล้านดอลลาร์
ดาตาเซนเตอร์ในไทยไม่ควรเป็นเพียงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ควรต่อยอดเป็นห่วงโซ่อุปทาน AI ในประเทศ ยกระดับบริษัทไทยจากผู้รับจ้างผลิตไปสู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและมีการวิจัยพัฒนาในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากปัจจุบันประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับข้อกังวลเรื่องการมีถังน้ำมันสำรองภายในดาตาเซนเตอร์ TDCA ชี้แจงว่า ระบบพลังงานสำรองมีความจำเป็น เนื่องจากดาตาเซนเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง หากไฟฟ้าหยุดชะงัก อาจกระทบระบบอินเทอร์เน็ต อีคอมเมิร์ซ ระบบชำระเงิน และบริการ AI ที่ผู้ใช้งานพึ่งพาอยู่
TDCA ชี้ Data Center โต 27.2% ต่อปี ดันมูลค่าเศรษฐกิจไทยแตะ 7.7 พันล้านดอลลาร์
ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยถังน้ำมันต้องผ่านการขออนุญาตและได้รับการรับรองตามกฎหมายและมาตรฐานของหน่วยงานกำกับดูแล มีการจำกัดการเข้าออกพื้นที่ และออกแบบระบบจัดเก็บเชื้อเพลิงเพื่อควบคุมความเสี่ยง ขณะที่ผู้ประกอบการบางแห่งเลือกติดตั้งถังน้ำมันใต้ดินเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ท้ายที่สุด TDCA เห็นว่า โจทย์สำคัญของดาตาเซนเตอร์ไม่ใช่เพียงการควบคุมผลกระทบด้านพลังงานและทรัพยากร แต่ต้องตอบให้ได้ว่าจะเปลี่ยนการลงทุนจากเพียง “อาคารและเซิร์ฟเวอร์” ให้กลายเป็นการสร้างงาน สร้างเทคโนโลยี และสร้างมูลค่ากลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยได้อย่างไร
อ่านข่าว:
