เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ บรรลุข้อตกลงที่จะให้สหรัฐฯ เข้าไปมีบทบาททางทหารอย่างมีนัยสำคัญในกรีนแลนด์ โดยข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจควบคุมอย่างถาวรด้านความมั่นคง และความต้องการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์
นอกจากนี้ จะไม่อนุญาตให้ประเทศคู่แข่งของสหรัฐฯ โดยเฉพาะรัสเซียและจีน เข้ามาตั้งฐานทัพ ส่งกำลังทหาร หรือทำการลงทุนในภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวในกรีนแลนด์ หากไม่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากสหรัฐฯ พร้อมเรียกข้อตกลงนี้ว่า เป็นข้อตกลงแบบไม่มีวันสิ้นสุดและสหรัฐฯ จะเริ่มเพิ่มกำลังทางทหารในกรีนแลนด์ทันที
ขณะที่ เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ยืนยันว่าข้อตกลงจะมีการลงนาม นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า โดยระบุว่าข้อตกลงจะช่วยเสริมความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาคอาร์กติก และมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ รวมถึงยืนยันถึงอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก ตลอดจนสิทธิของชาวกรีนแลนด์ ในการกำหนดอนาคตของตนเอง
ด้านผู้นำรัฐบาลกรีนแลนด์ ระบุว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยรับประกันและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าข้อตกลงดังกล่าวคำนึงถึงผลประโยชน์ของกรีนแลนด์ และบทบาทของดินแดนแห่งนี้ในความร่วมมือระหว่างประเทศ
สำหรับข้อตกลงครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ พยายามผลักดันให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์มาเป็นเวลาหลายเดือน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากกรีนแลนด์ตั้งอยู่ในตำแหน่งสำคัญของเส้นทางอาร์กติก และยังมีทรัพยากรแร่หายากจำนวนมาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ไฟฟ้า
การเปิดเผยครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานข่าวพิเศษว่า สหรัฐฯและกรีนแลนด์ ใกล้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเกาะแห่งนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐฯ เข้าไปมีบทบาททางทหารเพิ่มมากขึ้น แต่ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้สหรัฐฯ ได้ครอบครองเกาะแห่งนี้ ตามความฝันที่ทรัมป์เคยตั้งเป้าไว้
อ่านข่าว :
ทำไม "กรีนแลนด์" ถึงสำคัญ มุมมองยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในยุค "ทรัมป์"
รู้หรือไม่ ? "ทรัมป์" ไม่ใช่คนแรกที่อยากครอบครอง "กรีนแลนด์"
"ทรัมป์" สั่งห้าม 3 สื่อใหญ่เข้าทำเนียบขาว อ้างรายงานข่าวปลอม
