วันนี้ (24 ก.ย.2569) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทาน ตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 22 ก.ย.2569 ว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1–9 วันข้างหน้า
โดยในวันที่ 23 ก.ย.2569 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะมีน้ำจากลำน้ำสาขาสมทบประมาณ 300–400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,100–2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 400–450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70–1.70 เมตร ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่
- จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร
- จ.อ่างทอง ได้แก่ อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมืองอ่างทอง
- จ.สิงห์บุรี ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี และพรหมบุรี
- จ.ชัยนาท ได้แก่ อำเภอสรรพยา
เพื่อเตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชน จึงสั่งการให้ศูนย์ ปภ. เขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท จัดประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ (War Room) เพื่อติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง
หากประเมินว่ามีแนวโน้มเกิดภัยหรือสถานการณ์ขยายวงกว้าง ให้จัดเจ้าหน้าที่และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมเครื่องจักรกลและรถปฏิบัติการเข้าปฏิบัติงาน ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด โดยประสานการปฏิบัติกับสำนักงาน ปภ.จังหวัด
รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งและบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว หากทรัพยากรไม่เพียงพอ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ ปภ. เขตใกล้เคียง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้ติดตามระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน กอปภ.ก.ประสานกรุงเทพมหานคร ให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หากมีแนวโน้มเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ให้ดำเนินการตามข้อสั่งการและมาตรการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
อ่านข่าว :
ปภ.เตือน 10 จังหวัด-กทม.รับมือเจ้าพระยาน้ำสูง อยุธยา-อ่างทองเพิ่ม 0.75-1.25 ม.
ปภ.เตือน 70 จังหวัด-กทม.รับมือฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 23-27 ก.ย.69
ฝนถล่ม "พัทยา" น้ำท่วมหลายพื้นที่ - ต่างชาติพลัดตกคลอง สูญหาย 1 คน
