เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ใช้เวทีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ประกาศจุดยืนของเตหะรานต่อหน้าผู้นำทั่วโลก ท่ามกลางสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ยืดเยื้อมาราว 7 เดือน และคำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พูดถึงทางเลือกในการ "ทำลายล้าง" สาธารณรัฐอิสลาม หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้
เปเซชเคียนยืนยันว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนน และจะไม่ยอมถอยในประเด็นสำคัญของประเทศ ทั้งโครงการนิวเคลียร์ ระบบป้องกันขีปนาวุธ และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก
ประเด็นฮอร์มุซถูกพูดถึงอย่างชัดเจน เพราะอิหร่านมองว่าการที่ประเทศอื่นสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางนี้เพื่อขนส่งสินค้าและพลังงาน แต่ในเวลาเดียวกันกลับใช้กำลังทางทหารกดดันอิหร่านผ่านเส้นทางเดียวกัน เป็นสิ่งที่เตหะรานยอมรับไม่ได้ เปเซชเคียนจึงตั้งคำถามว่า จะปล่อยให้บางประเทศใช้ฮอร์มุซเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ขณะที่อิหร่านกลับถูกกีดกันไม่ให้เข้าถึงเส้นทางน้ำของตัวเองได้อย่างไร
เปเซชเคียนยังส่งข้อความไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่า ความมั่นคงของอิหร่านไม่สามารถแยกออกจากความมั่นคงของภูมิภาคได้ หากอิหร่านไม่มีหลักประกันด้านความมั่นคง ประเทศอื่นในภูมิภาคก็อาจต้องเผชิญความไม่มั่นคงไปพร้อมกัน
ซานัม วาคิล (Sanam Vakil) ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือแห่ง Chatham House ในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร มองว่า ข้อความนี้มีลักษณะเป็นการส่งสัญญาณว่า หากแรงกดดันและความขัดแย้งยังดำเนินต่อ ต้นทุนก็อาจกระทบประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคด้วย
ขณะที่ ฮามิดเรซา อาซีซี (Hamidreza Azizi) นักวิเคราะห์อาวุโสที่ปรึกษาด้านอิหร่าน ประจำสถาบัน International Crisis Group มองอีกด้านว่า ข้อความดังกล่าวสะท้อนว่าอิหร่านเองก็เข้าใจว่าท้ายที่สุดจำเป็นต้องหาทางอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติ
การทูตกลับมา แม้เตหะรานยังเสียงแข็ง
ก่อนขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้หารือกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตของทรัมป์ในนิวยอร์ก โดยมีคนกลางทำหน้าที่ประสานการพูดคุย การหารือกินเวลาหลายชั่วโมง และถือเป็นการติดต่อระดับสูงระหว่าง 2 ฝ่ายหลังการเจรจาก่อนหน้านี้ล้มเหลว
วิตคอฟฟ์ระบุว่าการหารือเสร็จสิ้นและหวังว่าจะนำไปสู่ความคืบหน้า แต่รายละเอียดของการพูดคุยไม่ได้ถูกเปิดเผยทั้งหมด ขณะที่ฝั่งอิหร่านส่งเงื่อนไขเกี่ยวกับการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซผ่านคนกลาง การขยับครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแผนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในเดือน มิ.ย. ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ และความขัดแย้งกลับปะทุขึ้นแทน ทำให้ภูมิภาคเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอนต่อเนื่อง
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน เพราะรัฐบาลของเปเซชเคียนเองก็ถูกกดดันจากฝ่ายการเมืองสายแข็งในประเทศ
ฝ่ายสายแข็งมองว่าการเจรจากับทรัมป์ภายใต้แรงกดดันทางทหารและเศรษฐกิจ อาจถูกตีความว่าอิหร่านกำลังยอมแพ้ และทำให้สถานะของเตหะรานในการเจรจาอ่อนลง หลังอารักชีพบกับวิตคอฟฟ์ มีสมาชิกฝ่ายสายแข็งตั้งคำถามว่า รัฐมนตรีต่างประเทศได้รับอนุญาตจากใครให้พบกับตัวแทนของ "ศัตรูผู้รุกราน" ขณะที่กลุ่มสายแข็งบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ทั้งอารักชีและเปเซชเคียนอย่างหนัก และมีเสียงเรียกร้องถึงขั้นให้ดำเนินกระบวนการถอดถอนด้วย
แรงกดดันนี้ทำให้รัฐบาลอิหร่านต้องเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ คือยังต้องเปิดช่องทางการทูตเพื่อหาทางยุติสงคราม แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแสดงให้ฝ่ายภายในประเทศเห็นว่า การเจรจาไม่ได้หมายถึงการยอมตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ
ฮอร์มุซกลายเป็นเงื่อนไข ก่อนเกิดเหตุเรือถูกโจมตี
โมห์เซน เรซาอี ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ระบุว่า กรอบการเจรจากับสหรัฐฯ จะเปลี่ยนไป โดยยุคของการเจรจาที่มีแต่คำพูดกำลังสิ้นสุดลง หากจะมีการพูดคุยครั้งใหม่ วอชิงตันต้องเป็นฝ่ายดำเนินการก่อน
เงื่อนไขนี้เชื่อมโดยตรงกับช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเรซาอีระบุว่า การเจรจาครั้งใหม่หรือการเปิดฮอร์มุซอีกครั้งจะขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่านก่อน
ก่อนหน้านี้ ฝั่งอิหร่านก็มีการส่งสัญญาณว่าอาจเปิดช่องแคบให้เรือพาณิชย์กลับมาเดินทางได้ หากสหรัฐฯ ผ่อนคลายแรงกดดันทางทหารและยกเลิกมาตรการปิดกั้น แต่รายละเอียดและเงื่อนไขยังมีความแตกต่างกันระหว่างเจ้าหน้าที่และฝ่ายการเมืองภายในอิหร่าน ขณะเดียวกัน ฝั่งสหรัฐฯ ก็ยังยืนยันว่าต้องการข้อตกลงที่จัดการภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้จุดยืนพื้นฐานของสองฝ่ายยังห่างกัน แม้จะกลับมาใช้ช่องทางการทูตแล้วก็ตาม
และขณะที่นักการทูตกำลังพยายามหาทางออก เหตุการณ์ในทะเลกลับเดินไปอีกทาง
ศูนย์ความมั่นคงทางทะเลของโอมานรายงานว่า มีเรือถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ขณะที่ศูนย์ UK Maritime Trade Operations หรือ UKMTO เตือนเรือที่เดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวให้เพิ่มความระมัดระวัง
สำหรับอิหร่าน เวที UN ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสประกาศเงื่อนไขของตัวเองต่อโลกว่า เตหะรานพร้อมพูดคุย แต่จะไม่ยอมถอยในประเด็นที่มองว่าเป็นผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ ยังต้องการให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขด้านนิวเคลียร์และความมั่นคง ส่วนช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องกลับมาเจอกัน เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับการเดินเรือ การขนส่งพลังงาน และเงื่อนไขในการยุติสงคราม
อ่านข่าว :
"ธีรพงศ์ ศิลาชัย" คว้าเหรียญทองแดงยกน้ำหนัก เอเชียนเกมส์ 2026
จับสินค้าหนีภาษีบุหรี่ - เหล้าเถื่อนมูลค่ารวมกว่า 37 ล้านบาท เตรียมขยายผลจับกุมเพิ่ม
จากตลาดนัดภูเก็ตสู่เวทีโลก เส้นทางความสำเร็จของ "เนเน่ รอยัล"
