"เนเน่" จะรับเงินแบบไหน! โค้ชการเงิน เปิดสูตร-อะไรดีกว่ากัน "รับก้อนเดียว" หรือ "ทยอย 40 ปี"

เศรษฐกิจ
11:45
จำนวนผู้ชม 100
Thai PBS
"เนเน่" จะรับเงินแบบไหน! โค้ชการเงิน เปิดสูตร-อะไรดีกว่ากัน "รับก้อนเดียว" หรือ "ทยอย 40 ปี"

นักวางแผนการเงินชี้ เงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ไม่ได้แปลว่าจะได้รับเงินเต็มจำนวน เหตุมีทั้งภาษีและ “มูลค่าเงินตามเวลา” เข้ามาเกี่ยวข้อง หากรับเป็นก้อนต้องบริหารเงินลงทุนเอง ขณะที่รับทยอย 40 ปีช่วยสร้างวินัย แต่ต้องรับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและกฎภาษีในอนาคต แนะวางแผนจากเป้าหมายการใช้เงินและวัยเกษียณเป็นหลัก

นฤมล บุญสนอง นักวางแผนการเงินCFP กรรมการ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย วิเคราะห์เงินรางวัล มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ ประมาณ 33 ล้านบาท ที่ “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว–รัตติกานต์ อำลอย นักร้องและมือกีตาร์ชาวไทยวัย 16 ปีจากภูเก็ต ที่คว้าแชมป์ America’s Got Talent 2026 ซึ่งรูปแบบการรับเงิน มี 2 แบบ คือ รับแบบรายปี: 25,000 ดอลลาร์ต่อปี เป็นเวลา 40 ปี รวม 1 ล้านดอลลาร์ ก่อนภาษี และแบบรับเป็นเงินก้อน ตามมูลค่าปัจจุบัน (Present Value) ซึ่งมีรายงานว่าอยู่ราว 250,000–300,000 ดอลลาร์ ก่อนภาษีนั้น ในมุมมองของนักวางแผนทางการเงิน ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนเงินที่ได้รับ แต่ต้องพิจารณาว่า มูลค่าเงินตามเวลา ภาษี อัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงในการบริหารเงิน

นฤมล บุญสนองนักวางแผนการเงินCFP กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

นฤมล บุญสนองนักวางแผนการเงินCFP กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

โดยโครงสร้างแท้จริงของเงินรางวัล 1.0 ล้านเหรียญตามข้อกำหนดทางกฎหมายของรายการ (AGT Fine Print) ไม่ได้เป็นเงินก้อนตั้งแต่แรก แต่รายการจ่ายผ่านรูปแบบ กองทุนรายปี (Annuity)ปีละ $25,000 ต่อปี เป็นเวลา 40 ปี ซึ่งหากคำนวณเป็น 25,000×40=1,000,000 ดอลลาร์

อย่างกรณีของน้องเนเน่ กับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต้องดูว่าจะใช้กลยุทธ์แบบไหน เพราะมีปัจจัยที่ต้องคำนึง ไม่วาจะเป็นภาษี อัตราแลกเปลี่ยน หรือเงื่อนไขที่ซ่อนไว้ในการรับเงิน โดยเฉพาะภาษีที่ต้องจ่ายในฝั่งของสหรัฐฯ ที่น้องเป็นต่างชาติต้องเสียภาษี 30% และยังต้องเสียภาษีรัฐแคลิฟอร์เนีย (California State Tax) 7-13% ซึ่งถ้าคิดที่7% น้องเนเน่จะต้องเสียภาษี37%

ซึ่งหากคิดภาษีของ รัฐแคลิฟอร์เนีย (California State Tax) 7%เพิ่มเติมร่วมกับ ภาษีเงินได้สหรัฐฯ (US Federal Tax)30% และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ซึ่งหากหักภาษีแล้ว เงินที่น้องจะได้รับ คิดเป็นเงินบาทเท่ากับ6,237,000 บาท(อัตรา 33 บาท/USD) หากเลือกรับเงินครั้งเดียว

แต่หากเลือก ทยอยรับเงินรางวัล 40 ปี โดยจ่ายเป็นรายปี (Annuity)25000 USD/ปี เท่าๆ กันทุกปี และนำเงินที่ได้หลังหักภาษีไปลงทุนต่อที่อัตราผลตอบแทน 7% ต่อปี เป็นเวลา 40 ปี ซึ่งต่อปีจะได้รับเงินรางวัล 825,000 บาท/ปี(อัตรา 33 บาท/USD)แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละปีที่ผันผวนด้วย ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ต้องรับ ทั้งนี้ยอดเงินที่รางวัล 825,000 บาท/ปียังไม่รวมหักภาษี ณ ที่จ่าย หักภาษีสหรัฐฯ 37%แลภาษีของ รัฐแคลิฟอร์เนีย 7% จะเหลือเงินสุทธิที่จะได้รับ คิดเป็น 519,750 บาท/ปี

กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ให้สัมภาษณ์กับ “ไทยพีบีเอสออนไลน์” อีกว่า สำหรับการลงทุนเพื่อต่อยอดการเงิน มองว่า หากนำเงินก้อนสุทธิ 6,237,000 บาท ไปลงทุนต่อในรูปแบบ การลงทุนทบต้น (Compound Interest) ซึ่งมีเป้าหมายโต 5.29 เท่าของเงินต้น ซึ่งให้ผลตอบแทน 8% ต่อปี ใช้เวลา 22ปีในการลงทุน พบว่าจะมีกำไรขากการลงทุนสูงถึง 27 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินต้นจะมีเงินต้นครบ 33 ล้านบาท

แต่หากนำเงินไปลงทุน 7% ต่อปี ในวงเงิน สุทธิ 519,750 บาท และลงทุนเพิ่มทุกๆ ปี เป็นเวลา 40 ปี จะได้ผลตอบแทน สะสมที่นำไปลงทุนตลอด 40 ปี 20,790,000 บาท รวมดอกเบี้ย/กำไรทบต้นที่ได้รับ ประมาณ 82 ล้านบาท ดังนั้นมูลค่าพอร์ตรวมเมื่อครบ 40 ปีประมาณ 103.76 ล้านบาท)

การรับเงินแบบทยอย 40 ปี ทำให้เงิน 1 ล้านดอลลาร์เป็นจำนวนเงินในอนาคต ไม่ใช่มูลค่าที่ได้รับในวันนี้ ดังนั้นเมื่อนำอัตราผลตอบแทนมาคำนวณย้อนกลับเป็นมูลค่าปัจจุบัน มูลค่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยตัวเลขที่นำมาคำนวณในการพูดคุยเป็นเพียงสมมติฐานเพื่อเปรียบเทียบทางเลือก

ขณะเดียวกัน หากเลือกรับเงินก้อน ผู้รับสามารถนำเงินไปบริหารและลงทุนได้ทันที แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงในการลงทุน หากต้องการผลตอบแทนระดับ 7-8% ต่อปี ก็ต้องยอมรับความผันผวนและความเป็นไปได้ที่เงินต้นจะลดลงหากบริหารพอร์ตผิดพลาด จึงอาจจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดพอร์ตและบริหารความเสี่ยง

เมื่อมองระยะยาว พลังของการลงทุนและดอกผลทบต้น ทำให้ทั้งสองทางเลือกมีผลลัพธ์แตกต่างกันตามระยะเวลาและผลตอบแทนที่สมมติขึ้น โดยการจำลองในบทสนทนาใช้ผลตอบแทน 7% ต่อปีเพื่อให้เห็นภาพว่า หากไม่ถอนเงินและนำไปลงทุนต่อ มูลค่าเงินสามารถเติบโตขึ้นมากในช่วง 20-40 ปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการจำลอง ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน

นักวางแผนการเงินยังชี้ว่า หากรับเงินก้อน ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ การบริหารพอร์ต เพราะผู้รับต้องตัดสินใจเองว่าจะลงทุนอย่างไร ขณะที่การทยอยรับช่วยลดความเสี่ยงจากการนำเงินจำนวนมากไปลงทุนในครั้งเดียว แต่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน กฎหมาย และภาษีตลอดระยะเวลา 40 ปี รวมถึงควรตรวจสอบสิทธิของผู้รับผลประโยชน์ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างทาง

สำหรับคนวัยทำงาน การวางแผนการเงินไม่ควรรอจนใกล้เกษียณ แต่ควรเริ่มจากการตอบให้ได้ว่า หากวันหนึ่งไม่มีรายได้จากการทำงาน ต้องใช้เงินต่อเดือนเท่าไร และต้องใช้ไปอีกกี่ปี จากนั้นจึงคำนวณเป้าหมายเงินออมและลงทุนให้สอดคล้องกับช่วงชีวิต

หัวใจของการวางแผนจึงไม่ใช่เพียงหาเงินให้ได้มากที่สุด แต่ต้องรู้ว่าเหลือเท่าไร และทำอย่างไรให้เงินที่เหลือเติบโต โดยแนวคิดสำคัญคือเริ่มวางแผนทันทีเมื่อมองเห็นเป้าหมาย ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง เพราะระยะเวลาที่ปล่อยให้เงินทำงานมีผลต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

อ่านข่าว:

จากตลาดนัดภูเก็ตสู่เวทีโลก เส้นทางความสำเร็จของ "เนเน่ รอยัล"

"เนเน่ รอยัล" คว้าแชมป์ AGT 2026 สร้างประวัติศาสตร์คนไทยบนเวทีโลก

เสียงเชียร์ลั่นฮอลล์ "เนเน่ รอยัล" ร่วมโชว์ Linkin Park ลุ้นแชมป์ AGT