รบ.ยกระดับเฝ้าระวังน้ำท่วม 25-27 ก.ย. สั่ง รพ.สำรองไฟฟ้า ยา อย่างน้อย 72 ชม.

การเมือง
16:53
จำนวนผู้ชม 132
Thai PBS
รบ.ยกระดับเฝ้าระวังน้ำท่วม 25-27 ก.ย. สั่ง รพ.สำรองไฟฟ้า ยา อย่างน้อย 72 ชม.

วันนี้ (25 ก.ย.2569) น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชน สั่งการให้ทุกส่วนราชการบูรณาการความร่วมมือ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง และเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจน และผู้ที่ต้องรับยาต่อเนื่อง ดังนี้

1. ทุกเขตสุขภาพและจังหวัดพื้นที่เสี่ยง ให้ยกระดับการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง อย่างน้อยถึง 27 ก.ย.2569 โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา ภาคกลาง–ตะวันตก ภาคตะวันออก และพื้นที่ที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น พร้อมให้เขตสุขภาพที่ 3, 4 และ 6 เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (EOC) ระดับเขต เพื่อติดตามสถานการณ์

2. เขตสุขภาพที่ 3 และ 4 ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยเฉพาะพระนครศรีอยุธยา–ปทุมธานี–รังสิต และพื้นที่รับน้ำต่อเนื่อง ให้ติดตามระดับน้ำ จุดเสี่ยงชุมชน สถานพยาบาล และเส้นทาง EMS/Refer อย่างใกล้ชิด

3. เขตสุขภาพที่ 6 ติดตามสถานการณ์ที่จันทบุรี–สระแก้ว ทั้งชุมชน โรงพยาบาล และระบบ EMS เนื่องจากมีสถานการณ์และยังมีฝนสะสมสูงหลายจุด

4. โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงทุกแห่งเตรียมระบบสำคัญให้พร้อมอย่างน้อย 72 ชม. ได้แก่ ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง น้ำสะอาด ออกซิเจน ยา เวชภัณฑ์ เลือด อาหาร IT/Communication บุคลากร และเส้นทางส่งต่อสำรอง โดยให้คงบริการต่อเนื่องเท่าที่ปลอดภัย พร้อมประเมินความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า น้ำรอบอาคาร ทางเข้า–ออก และเส้นทางรถพยาบาลซ้ำ หากมีแนวโน้มกระทบบริการให้รายงานทันที

5. เร่งดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยต่อเนื่อง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ใช้ออกซิเจน และผู้ที่ต้องรับยาต่อเนื่อง โดยทบทวนบัญชีรายชื่อและแผนเข้าถึง/เคลื่อนย้ายล่วงหน้า

6. พื้นที่มีศูนย์พักพิง และพื้นที่อพยพ ให้ทีมสาธารณสุขเข้าประเมินทันที ครอบคลุมน้ำสะอาด น้ำดื่ม อาหาร โรคติดต่อ ยาประจำตัว สุขภาพจิต และกลุ่มเปราะบาง

7. ทุกจังหวัดตรวจและรายงานเส้นทาง EMS/Refer ที่ผ่านไม่ได้หรือเสี่ยงถูกตัด พร้อมกำหนดเส้นทาง สำรอง จุดรับ–ส่งผู้ป่วย รถ/เรือสนับสนุน และโรงพยาบาลปลายทางก่อนเกิดเหตุจริง

8. ให้รายงานทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ น้ำเข้าพื้นที่โรงพยาบาล ระบบไฟฟ้า น้ำ ออกซิเจนขัดข้อง เส้นทาง EMS ถูกตัด ต้องอพยพหรือย้ายผู้ป่วย มีผู้เสียชีวิต/สูญหาย หรือสถานบริการหยุดบริการ ไม่ต้องรอรอบรายงานปกติ ส่วนกรณีไม่มีเหตุฉุกเฉินให้สรุปสถานการณ์ตามรอบที่กำหนด

"รัฐบาลกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำ และการเตรียมเครื่องจักรกลในพื้นที่เสี่ยง เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือและดูแลกลุ่มเปราะบาง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังเรื่องสุขอนามัย และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย" น.ส.พลอยทะเล กล่าว

อ่านข่าว :

ก.เกษตรฯ ยันน้ำท่วมไม่หนักเท่าปี 54 วางระบบสกัดน้ำเหนือไหลเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน

ดินโคลนถล่มทับกุฏิ สำนักสงฆ์ จ.จันทบุรี มรณภาพ 1 รูป

ปภ.เผยน้ำท่วม 12 จังหวัด กระทบ 11,796 ครัวเรือน ระดมเครื่องจักรช่วย ปชช.