วันนี้ (2 ต.ค.2569) ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และ รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ข้าศึกกำลังบุกกรุง 2500 cms มีสติเอาตัวรอดได้"
1. สัญญาณเชิงบวก (Positive Trends)
ฝนชะลอตัว คาดการณ์ 10 วันข้างหน้า ภาคกลาง/กทม. ไม่มีฝนตกหนัก (พายุจรเสี่ยงต่ำ)
น้ำเหนือผ่านจุดพีก มวลน้ำปิง (อ.บรรพตพิสัย) ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำหลาก จ.นครสวรรค์ ผ่านยอดสูงสุดแล้ว (Q_max ≈2,610" cms" )
ปริมาณสะสมต่ำกว่าปี 2554 คิดเป็นเพียง 57 % ของปี 2554
ฝั่งตะวันออก กทม. เร่งระบายน้ำปลายคลองด่านลงทะเลต่อเนื่อง
2. พื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง (High Risk Zones)
เขื่อนเจ้าพระยาคงการระบาย ที่ 2,500 cms (ระดับน้ำใต้เขื่อนเพิ่มขึ้น เสี่ยงล้นคัน)
พื้นที่วิกฤต (เหนือเขื่อน) ชัยนาท, อุทัยธานี (นอกคันกั้นน้ำ)
พื้นที่วิกฤต (ใต้เขื่อน) อ.สรรพยา, สิงห์บุรี, อ่างทอง, อยุธยา (แนวคันคลองมหาราช & คันถนนดำ)
พื้นที่แม่น้ำสายรอง ชุมชนริมแม่น้ำน้อย และ แม่น้ำท่าจีน (สุพรรณบุรี, นครปฐม)
3. วิเคราะห์ฉากทัศน์ความเสี่ยง กทม. และ ปริมณฑล (Scenario Analysis)
Baseline Scenario (Q=2,500" cms" - ปัจจุบัน) หรือ กรณีที่ระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังไม่ส่งผลกระทบต่อ กทม. และ ปริมณฑล
Trigger Point ความเสี่ยง จะเริ่มเปลี่ยนผ่านระดับความรุนแรง หากยอดน้ำหลากที่ จ.นครสวรรค์ ทะลุมากกว่า 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที (> 3,000 cms)
ข้อเสนอแนะ สื่อสารเตือนภัยตามจริง ไม่ตื่นตระหนก และอัปเดตข้อมูลทุกวัน จนมั่นใจว่ามวลน้ำเหนือลดลงต่อเนื่อง
อ่านข่าว :
กทม.ใช้ "ท่อซิ่ง" เร่งช่วยเคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง ดึงน้ำลงคลองประเวศฯ กู้พื้นที่ด้านตะวันออก
ปภ.รายงานน้ำท่วม 31 จังหวัด เร่งระบายน้ำ–พร้อมฟื้นฟูพื้นที่คลี่คลาย
สทนช.อัปเดตสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ 2 ต.ค. อ่างเก็บน้ำภาคตะวันตก ความจุแตะ 95%
