วันนี้ (6 ต.ค.2569) นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า จากการติดตามสภาพอากาศในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบฝนตกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้บริเวณ จ.ปัตตานี และนราธิวาส ที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขณะที่ช่วงวันที่ 11-13 ต.ค.มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันตกและภาคเหนือ ส่วนภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนสะสมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสำคัญ ภาพรวมมีแนวโน้มลดลง ทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำบางปะกง และลุ่มน้ำแม่กลอง แต่ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา รวมถึงติดตามฝนในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และราชบุรี อย่างใกล้ชิด
ด้านลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำโดยรวมมีแนวโน้มลดลง ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) และมีแนวโน้มลดลง ขณะที่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำยังสามารถรองรับน้ำได้
ทั้งนี้ กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกระจายน้ำผ่านระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก และพร่องน้ำในระบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับฝนในระยะต่อไป พร้อมบริหารการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นายธเนศร์ ยืนยันว่า เขื่อนตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ยังมีช่องว่างรับน้ำได้อีกมาก ยืนยันว่าน้ำที่ระบายออกไปจะไม่ไหลเข้าสู่ลุ่มน้ำภาคกลางอย่างแน่นอน
สำหรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อยู่ที่ 500 ลบ.ม./วินาที ได้มีการจัดจราจรน้ำโดยลดการรับน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก ที่จะไปเติมหน้าเขื่อนพระราม 6 ซึ่งน้ำจากแม่น้ำป่าสัก จะไม่ไหลเข้าสู่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกและกรุงเทพฯ เนื่องจากมีการปิดคลองระพีพัฒน์ บริเวณคลอง 13 ไว้แล้ว
ส่วนน้ำในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก จ.ปทุมธานี รังสิต ถึงกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นน้ำบ่ามาจาก จ.นครนายก กรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำ 2 ส่วน คือ ระบายแนวขวางผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม และระบายแนวดิ่งผ่านคลอง 13 คลองพระองค์เจ้าวิไชยชิดโชติ ออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
ด้านลุ่มน้ำแม่กลอง การระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังคงที่ 40 ล้าน ลบ.ม./วัน มีน้ำเข้า 25 ล้าน ลบ.ม./วินาที เป็นการพร่องน้ำรอฝน โดยไม่กระทบ จ.กาญจนบุรี เนื่องจากเขื่อนแม่กลองได้ลดการระบายน้ำต่อเนื่อง และแม้จะมีฝนตกมากบริเวณแควน้อยและแควใหญ่ แต่น้ำท้ายเขื่อนแม่กลองยังคงลดลงเรื่อยๆ
นายธเนศร์ ยังกล่าวถึงพื้นที่ภาคตะวันออก โดยสถานการณ์น้ำตอนบนของ จ.ปราจีนบุรี มีแนวโน้มลดลง หลังอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ลดการระบาย ส่วนน้ำท่วมขังที่ อ.กบินทร์บุรี และตัวเมืองปราจีนบุรี แม้น้ำยังท่วมอยู่ แต่เริ่มลดลงอย่างช้าๆ ขณะที่การบริหารจัดการน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี ไปแม่น้ำนครนายก ได้คำนวณการปล่อยน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล ให้ออกมาน้อยที่สุดเพื่อลดภาระพื้นที่
ส่วนแม่น้ำบางปะกง ระดับน้ำสูงขึ้นและกระทบ 8 อำเภอของ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดจากปริมาณน้ำไหลออกสู่ทะเลมากกว่าน้ำเข้า ร่วมกับอิทธิพลน้ำทะเลหนุน ยืนยันว่าเขื่อนกั้นแม่น้ำบางปะกง เปิดบานประตูน้ำทุกบานให้น้ำไหลตามธรรมชาติแล้ว
สำหรับลุ่มน้ำเพชรบุรี แม้เขื่อนแก่งกระจานมีความจุสูงถึง 102% แต่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งพร่องน้ำ หากไม่มีฝนตกหนักระดับ Rain Bomb เขื่อนแก่งกระจานยังสามารถหน่วงน้ำได้ โดยมีเขื่อนเพชรบุรีช่วยผันน้ำออกด้านข้าง และควบคุมการไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรี ให้อยู่ในระดับที่กระทบเพียง 105 ลบ.ม./วินาที
อ่านข่าว :
นายกฯ สั่ง "ภาคใต้" ตั้งการ์ดสูงรับมือฝนตกหนัก 4-14 ต.ค.
ยังหนัก! มวลน้ำทะลัก "บ้านสร้าง" ปราจีนบุรี บางจุดท่วมสูง 2-3 เมตร
ศึกระบายน้ำ 3 จังหวัด ปทุมฯ-นครนายก-กทม. ใครคนกลาง-ใครตัดสินใจ ?
