วันนี้ (7 ต.ค.2569) สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครนายก และ จ.ปทุมธานี ยังคงน่าเป็นห่วง หลังหลายชุมชนต้องเผชิญน้ำท่วมขังต่อเนื่องนานถึง 12 วัน โดยเฉพาะชุมชน ส.ป.ก. หมู่ 8 ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากถนนประมาณ 1 กม. มีบ้านเรือนประมาณ 50 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วม ระดับน้ำบางจุดสูงเกือบ 1 เมตร หรือถึงระดับเอว
ทำให้การเดินทางเข้าออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านบางส่วนต้องใช้โฟมขนาดใหญ่และเรือเป็นพาหนะเพื่อเดินทางไปรับอาหารและน้ำดื่มที่ อบต.คลองใหญ่จัดเตรียมไว้ให้
ภายในบ้านหลายหลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก น้ำท่วมชั้นล่างซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัยหลักจนไม่สามารถใช้งานได้ ข้าวของเครื่องใช้บางส่วนขนย้ายหนีน้ำไม่ทันและได้รับความเสียหาย ขณะที่ครอบครัวที่มีเด็กและผู้สูงอายุต้องย้ายขึ้นไปพักอาศัยบนชั้นสอง
นอกจากความเสียหายของทรัพย์สินแล้ว น้ำที่ขังเป็นเวลานานยังเริ่มส่งกลิ่นเหม็น ห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ชาวบ้านต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือ โดยเฉพาะการนำรถสุขาเคลื่อนที่เข้ามาให้บริการ เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมเป็นเวลานาน
วิชิต เพ็ชรบังเกิด รองนายก อบต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบายน้ำออกจากชุมชนได้ เนื่องจากระดับน้ำโดยรอบพื้นที่ยังสูง ทำให้ไม่สามารถติดตั้งเครื่องสูบน้ำได้ โดยต้องรอให้ระดับน้ำบริเวณโดยรอบลดลงก่อน จึงจะสามารถทำคันกั้นน้ำและติดตั้งเครื่องสูบเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนได้ เบื้องต้นประเมินว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อนานกว่า 1 เดือน เนื่องจากยังมีมวลน้ำจากพื้นที่อื่นไหลเข้ามาสมทบ และเริ่มมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่
บริเวณด้านหน้าชุมชน บนทางหลวงหมายเลข 305 รังสิต-นครนายก ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่น้ำจาก ต.คลองใหญ่ ไหลลงสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ยังคงมีน้ำระบายลงคลองอย่างต่อเนื่อง แม้ระดับน้ำจะลดลงเล็กน้อย แต่พบว่าน้ำที่ไหลลงมามีสีดำและส่งกลิ่นเหม็น แตกต่างจากน้ำในคลองอย่างชัดเจน
ขณะที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ได้ยกบานระบายน้ำขึ้น 25 ซม. หลังมีน้ำสะสมอยู่ในระดับสูง และเตรียมรองรับฝนที่คาดว่าจะตกในช่วงวันที่ 10-14 ต.ค. จึงต้องทยอยระบายน้ำออก พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการระบายน้ำอาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำนครนายกเพิ่มสูงขึ้น
คลองรังสิตฯ น้ำยังเต็มตลิ่ง
ส่วน จ.ปทุมธานี ฝนที่ยังตกต่อเนื่องส่งผลให้ระดับน้ำในบางพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งเป็นทางรับน้ำสำคัญของชุมชนรังสิต หลังฝนตกหนักช่วงเที่ยงและตกต่อเนื่องอีกหลายรอบในช่วงบ่ายของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10 ซม.
เมื่อระดับน้ำในคลองสูง การระบายน้ำจากชุมชนลงคลองจึงทำได้ช้าลง แม้เจ้าหน้าที่จะเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่และเส้นทางสัญจร แต่ระดับน้ำในคลองที่สูงและเต็มตลิ่งยังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการระบาย
ที่ชุมชนมิตรสัมพันธ์ ซอยรังสิต-นครนายก 9 ชาวบ้านต้องอยู่กับน้ำท่วมขังมานาน 12 วัน บ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียว ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 30-40 ซม. และเริ่มส่งกลิ่นเน่าเสีย กระทบต่อสุขอนามัยและการใช้ชีวิต โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
หนึ่งในชาวบ้านเพิ่งคลอดลูกได้เพียง 25 วัน และกังวลว่า หากยังมีฝนตกลงมาเพิ่มเติม หรือมีน้ำจากพื้นที่อื่นไหลมาสมทบ อาจทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นจนต้องอพยพ ขณะที่น้ำที่เริ่มเน่าเสียทำให้ชาวบ้านกังวลเรื่องโรคที่มากับน้ำ และต้องการรองเท้าบูตกันน้ำ เนื่องจากหาซื้อได้ยากและบางครอบครัวมีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย
ขณะที่บน ถ.รังสิต-นครนายก ช่วงทางเข้า รพ.เปาโล รังสิต และ ห้างฟิวเจอร์พาร์ค ฝั่งขาออก ก่อนข้ามสะพานคลอง 1 ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 40-50 ซม. รถจักรยานยนต์หลายคันต้องจอดพักริมทาง ขณะที่รถยนต์ขนาดเล็กบางคันเครื่องยนต์ดับหลังขับผ่านจุดน้ำท่วม
แม้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่การจราจรยังใช้ได้เพียง 2 ช่องทางขวาสุด และหากมีฝนตกเพิ่ม ระดับน้ำมีโอกาสสูงขึ้นอีก เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำจากพื้นที่ลงคลองรังสิต แต่เนื่องจากระดับน้ำในคลองสูงและเต็มตลิ่ง ทำให้การระบายน้ำทำได้ค่อนข้างช้า
ร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ระบุว่า ขณะนี้พื้นที่ยังไม่สามารถรองรับน้ำที่จะเข้ามาเพิ่มได้ ทั้งน้ำฝนและน้ำเหนือที่จะไหลมาสมทบ พร้อมแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรเผื่อเวลาในการเดินทาง
เนื่องจากมีรายงานการจราจรจาก สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ว่า ท้ายแถวรถสะสมยาวกว่า 5-6 กม. ทั้งบน ถ.พหลโยธิน และ ถ.รังสิต-ปทุมธานี โดยประชาชนสามารถหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางคลองหลวง ก่อนตัดเข้าถนนเลียบคลองสายต่าง ๆ และเชื่อมกลับเข้าสู่ ถ.รังสิต-นครนายก
ท่าโขลงเคาะประตู ช่วยชาวบ้านลงทะเบียน "ทางรัฐ"
ขณะที่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน จ.ปทุมธานี สุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง เปิดเผยว่า เทศบาลจัดเจ้าหน้าที่ประมาณ 500 คน ซึ่งเป็นพนักงานเทศบาล ทำงานร่วมกับแกนนำชุมชนในเขตเทศบาล ลงพื้นที่นำแบบฟอร์มและรับเอกสารจากแต่ละหลังคาเรือน ทั้งรูปถ่าย สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน
พร้อมแนะนำการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" เพื่อขอรับเงินเยียวยา 9,000 บาท โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จไปพร้อมกัน การเก็บข้อมูลถึงบ้านจะช่วยให้รัฐสามารถดำเนินการเยียวยาผู้ประสบภัยได้รวดเร็วขึ้น
ขณะเดียวกันเทศบาลจะมีข้อมูลสำหรับช่วยเหลือประชาชนในเรื่องทรัพย์สินที่เสียหาย เงินเยียวยา หรือสิ่งของช่วยเหลือในระยะต่อไป และสามารถรวบรวมเป็นข้อมูลภาพรวมของทั้งเขตเทศบาลได้อย่างรวดเร็ว
อ่านข่าว :
อุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค.อากาศแปรปรวน รืบมือฝนตกหนัก-ลูกเห็บตก
