นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดใจกับไทยพีบีเอส กรณีการเสนอขอย้ายนายอำเภอบ้านสร้างออกนอกพื้นที่ว่า จุดเริ่มต้นมาจากปัญหาการทำงานและการบริหารจัดการในพื้นที่โดยเฉพาะช่วงเกิดอุทกภัย ซึ่งจังหวัดมองว่าการช่วยเหลือประชาชนจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน
อดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี ปม ย้าย "นอภ.บ้านสร้าง" ออกนอกพื้นที่
อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ระบุว่า นายอำเภอมีหน้าที่สำคัญในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤตหรือมหาอุทกภัย ขณะที่ อ.บ้านสร้าง เป็นพื้นที่ท้ายน้ำต้องรับน้ำจากอำเภอด้านบน รวมถึงน้ำจากพื้นที่ของจังหวัดข้างเคียง จึงควรมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า แต่ในมุมมอง เห็นว่า การเตรียมความพร้อมของอำเภอบ้านสร้างยังไม่เพียงพอ และเมื่อเข้าสู่สถานการณ์จริงกลับเกิดปัญหาในการบริหารจัดการพื้นที่
จังหวัดส่งกำลังและสิ่งของช่วย แต่ได้รับการปฏิเสธ
อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ระบุว่า จ.ปราจีนบุรี ต้องบริหารจัดการสถานการณ์ในภาพรวมทั้ง 7 อำเภอ โดยในช่วงเกิดอุทกภัย หลายอำเภอระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนและสามารถผ่านสถานการณ์ไปได้ แม้จะมีความเสียหายเกิดขึ้นบ้าง
สำหรับอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดในฐานะศูนย์จัดการเหตุการณ์ระดับจังหวัด ได้มอบหมายหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยลงไปสนับสนุนการทำงานของอำเภอ รวมถึงส่งกำลัง อส.จากกองร้อย อส.จ. พร้อมยานพาหนะ และจัดส่งสิ่งของช่วยเหลือประชาชน ทั้งถุงยังชีพและการจัดตั้งโรงครัวแต่การสนับสนุนดังกล่าวถูกปฏิเสธ โดยอ้างว่ามีปัญหาในการประสานงานและบางครั้งมีการให้เจ้าหน้าที่หรือรถที่เข้าไปช่วยเหลือเดินทางกลับ โดยอ้างว่ามีหัวหน้าส่วนราชการหลายคนสะท้อนปัญหาการทำงาน และเห็นว่า หากปล่อยสถานการณ์ต่อไปอาจกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ จึงตัดสินใจเสนอให้เปลี่ยนตัวนายอำเภอ
ผมเนี่ย คิดแล้วคิดอีกนะครับ ไม่อยากจะทำร้ายน้องมันนะครับ แต่ว่ามันจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องเปลี่ยนตัวนะครับ ต้องเอาตัวเจ้าปัญหาออกไปจากพื้นที่
ยืนยันไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือเรื่องการเมือง
ขณะที่มีข้อสังเกตว่า การลงนามเสนอขอย้ายเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการทำงานก่อนเกษียณ อาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งส่วนตัวหรือการเมืองหรือไม่ นายวีระพันธ์ ยืนยันว่า “ไม่ใช่”
เดิมตั้งใจจะดำเนินการเรื่องนี้ก่อนหน้านั้น แต่ใช้เวลาพิจารณา เนื่องจากการเสนอให้ย้ายข้าราชการระดับนายอำเภอถือเป็นเรื่องสำคัญ และการจะดำเนินการถึงขั้นเสนอให้ย้ายออกนอกพื้นที่ หมายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
อยู่ในระดับที่ผู้ว่าฯ เห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังระบุว่า ได้รับการร้องเรียนจากทั้งผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนที่เข้าไปสัมผัสการทำงานในพื้นที่โดยตรง จึงนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบการตัดสินใจ นายวีระพันธ์ย้ำว่า การแต่งตั้งและโยกย้ายนายอำเภอเป็นอำนาจของส่วนกลาง ไม่ใช่อำนาจโดยตรงของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยผู้ว่าฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาชั้นต้นในพื้นที่ มีหน้าที่ให้คำแนะนำและรายงานปัญหาตามสายบังคับบัญชา หากเห็นว่านายอำเภอไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ก็สามารถรายงานและเสนอขอเปลี่ยนตัวได้
ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับกรณี “ทุนจีน”
อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม คือ ก่อนหน้านี้นายอำเภอบ้านสร้างเคยมีประเด็นเกี่ยวกับการตรวจสอบพื้นที่และโรงงานของกลุ่มทุนจีน รวมถึงมีการนำเสนอข่าวเรื่องที่ปรึกษาชาวจีนของผู้ว่าราชการจังหวัด จึงมีข้อสังเกตว่าการเสนอขอย้ายอาจเกี่ยวข้องกันหรือไม่
นายวีระพันธ์ ปฏิเสธว่า “ไม่เกี่ยวข้องกัน”
อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ยังกล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบพื้นที่บ่อดินหรือบ่อลูกรังเก่า รวมถึงการเฝ้าระวังการนำขยะอันตรายเข้ามาทิ้งในพื้นที่ เป็นสิ่งที่ตัวผู้ว่าฯ เป็นผู้สั่งการให้นายอำเภอดำเนินการเอง ไม่ใช่การที่นายอำเภอออกไปดำเนินการต่อต้านเรื่องใดด้วยตัวเอง
อดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี ปม ย้าย "นอภ.บ้านสร้าง" ออกนอกพื้นที่
นอกจากนี้ นายวีระพันธ์ ยังมองว่า การนำกิจกรรมหรือการปฏิบัติหน้าที่บางอย่างไปนำเสนอผ่านคอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์ อาจทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจบริบทของการทำงานแตกต่างออกไป
ปัญหาการทำงานเกิดขึ้นก่อนน้ำท่วม
เมื่อถูกถามว่า ปัญหาระหว่างจังหวัดกับนายอำเภอบ้านสร้าง เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมหรือไม่ ?
นายวีระพันธ์ ยืนยันว่า ปัญหามีมาก่อน การทำงานร่วมกับบุคลากรและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงลักษณะการสื่อสารกับผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน
ยกตัวอย่าง “ปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำปราจีนบุรี” ซึ่งพื้นที่บ้านสร้างเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ โดยระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาเกิดการสะสมของผักตบชวาจำนวนมาก ส่งผลต่อคุณภาพน้ำและทำให้ปลาขาดออกซิเจน รวมถึงมีปลาตายและประชาชนได้รับความเดือดร้อน จนจังหวัดต้องเข้าไปช่วยแก้ปัญหา
ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่า นายอำเภอ ได้รับคำสั่งให้เตรียมรับมือฝนและน้ำล่วงหน้าแล้ว ยืนยันว่า นายอำเภอ “ไม่ฟังใคร” และสุดท้ายประชาชนได้รับผลกระทบ
เหตุผลสำคัญต้อง “เปลี่ยนม้ากลางศึก”
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเสนอเปลี่ยนตัวนายอำเภอในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งถือเป็นช่วงวิกฤตและการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบอาจกระทบต่อการบริหารจัดการ นายวีระพันธ์ ยืนยันว่า “เป็นการตัดสินใจที่พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว”
นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี
อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ย้ำว่า ประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านสร้างต้องเผชิญปัญหาจากการทำงานของนายอำเภอคนดังกล่าวมาตลอดช่วงประมาณ 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง และเห็นว่า หากไม่ดำเนินการในช่วงนั้น เมื่อเข้าสู่รอบการแต่งตั้งโยกย้ายหลังเดือน ต.ค.ก็อาจทำให้ประชาชนต้องอยู่กับปัญหาเดิมต่อไป จึงตัดสินใจทำหนังสือหรือรายงานไปยังอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อเสนอให้พิจารณาย้ายนายอำเภอออกนอกพื้นที่
การตัดสินใจดังกล่าวมาจากเสียงร้องเรียนของประชาชนและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ และมองว่าเป็นเรื่องของการบริหารราชการ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง
ขอให้ถามคนบ้านสร้างถึงความรู้สึกตลอด 4 ปี
สำหรับกระแสสังคมที่มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ตั้งข้อสังเกตต่อคำสั่งดังกล่าว ระบุว่า คนที่อยู่นอกพื้นที่อาจมีมุมมองแตกต่างจากคนที่อยู่ในพื้นที่จริง จึงเสนอว่า หากต้องการทราบว่าการทำงานของนายอำเภอเป็นอย่างไร ควรถามประชาชนในอำเภอบ้านสร้างที่สัมผัสการทำงานโดยตรงตลอดระยะเวลาประมาณ 4 ปี
อำเภอบ้านสร้างเป็นเมืองที่น่าอยู่ ประชาชนมีจิตใจดี และเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ดี แต่ไม่ควรต้องเผชิญปัญหาจากการบริหารงานในพื้นที่
อำนาจแต่งตั้งนายอำเภออยู่ที่ส่วนกลาง
ในประเด็นโครงสร้างอำนาจ นายวีระพันธ์ชี้แจงว่า การแต่งตั้งนายอำเภอเป็นอำนาจของส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งโดยตรง ผู้ว่าฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาชั้นต้นในพื้นที่ มีหน้าที่ติดตามการทำงาน ให้คำแนะนำ และรายงานปัญหาที่เกิดขึ้น หากพบว่าการทำงานไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ก็สามารถเสนอขอเปลี่ยนตัวนายอำเภอได้
ยืนยันว่าหลังเปลี่ยนตัว การบริหารน้ำจะดีขึ้น
เมื่อถามว่าการเปลี่ยนตัวนายอำเภอในช่วงน้ำท่วมจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการน้ำหรือไม่ นายวีระพันธ์มองว่า สถานการณ์จะดีขึ้น เพราะหลังจากนั้นหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในบ้านสร้างได้มากขึ้น ก่อนหน้านี้มีกรณีที่หน่วยงานภายนอกเข้าไปสนับสนุนแล้วถูกปฏิเสธ รวมถึงภาคเอกชนที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และอ้างว่าได้รับการร้องเรียนเข้ามาที่ผู้ว่าฯ เป็นจำนวนมากจึงเห็นว่าการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบจะเปิดทางให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น
อดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี ปม ย้าย "นอภ.บ้านสร้าง" ออกนอกพื้นที่
ช่วงท้าย อดีตผู้ว่าฯ ระบุยังช่วยเหลือประชาชนต่อ แม้จะพ้นจากภารกิจในตำแหน่งแล้ว ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีแล้ว แต่ยังติดตามสถานการณ์และพยายามช่วยเหลือประชาชน โดยช่วยประสานหาอาหารและสิ่งของเพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมยืนยันว่า “ไม่ทอดทิ้ง” ประชาชน และขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมือในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
อ่านข่าว
นอภ.บ้านสร้าง น้อมรับคำสั่งย้าย ยันทำเต็มที่ปมน้ำท่วม
น้ำท่วม อ.บ้านสร้าง ปราจีนฯ ยังน่าห่วง รพ.อภัยภูเบศรย้ายผู้ป่วย 100%
"อนุทิน" ซัดนายอำเภอบ้านสร้าง ไม่ช่วยน้ำท่วม น่าอับอายไม่ตั้งใจทำงาน
อธิบดีกรมการปกครอง สั่งย้าย "นายอำเภอบ้านสร้าง" จ.ปราจีนบุรี มีผลวันนี้
ยังหนัก! มวลน้ำทะลัก "บ้านสร้าง" ปราจีนบุรี บางจุดท่วมสูง 2-3 เมตร
"เมืองปราจีนบุรี" บางจุดน้ำยังท่วมสูง ส่วน "บ้านสร้าง" ระดับน้ำเพิ่ม 15 ซม.
"นฤชา" แจงย้าย "นายอำเภอบ้านสร้าง" ชี้เลือกคนพร้อมทำงาน ช่วย ปชช.ช่วงวิกฤต
