สส.สกลนคร ยื่น กมธ.อุตสาหกรรม ตรวจสอบปมสำรวจแร่โปแตสกว่า 5.6 แสนไร่

การเมือง
15:39
จำนวนผู้ชม 91
Thai PBS
สส.สกลนคร ยื่น กมธ.อุตสาหกรรม ตรวจสอบปมสำรวจแร่โปแตสกว่า 5.6 แสนไร่
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (8 ต.ค.2569) นายชาตรี หล้าพรหม นายสิรภพ สมผล และ น.ส.วงศ์อะเคื้อ บุญศล สส.สกลนคร พรรคกล้าธรรม เข้ายื่นหนังสือต่อ นายการุณย์ คูเจริญชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม ในฐานะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระแสข่าวเกี่ยวกับการขออนุญาตสำรวจแร่โปแตส ใน จ.สกลนคร

นายสิรภพ กล่าวว่า ประชาชนในสกลนครและหลายจังหวัดภาคอีสาน มีความกังวลจากกระแสข่าวว่า มีนายทุนต่างชาติได้รับใบอนุญาตสำรวจแร่โปแตส จึงตรวจสอบข้อมูลกับอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนครและกระทรวงอุตสาหกรรม และได้รับการยืนยันว่า ยังไม่มีการออกใบอนุญาตฉบับใหม่ในการสำรวจ

อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังต้องการความชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และหลักประกันว่าจะไม่มีการออกใบอนุญาตฉบับใหม่ เพราะหากมีการสำรวจและทำเหมืองขนาดใหญ่ อาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และพื้นที่ทำกินของเกษตรกร ซึ่งมีพื้นที่เกี่ยวข้องนับแสนไร่

นายสิรภพ กล่าวต่อว่า จึงนำเรื่องมายื่นต่อกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เพื่อร่วมตรวจสอบและหาความชัดเจน พร้อมยืนยันว่า สส.พรรคกล้าธรรมจะยืนอยู่ข้างประชาชนและเกษตรกร เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนที่สุด

ขณะที่ น.ส.วงศ์อะเคื้อ กล่าวว่า ประชาชนมีข้อกังวลต่อการทำเหมืองแร่โปแตสในพื้นที่กว่า 560,000 ไร่ เนื่องจาก จ.สกลนคร พึ่งพาภาคการเกษตรเป็นหลัก จึงห่วงผลกระทบต่อพื้นที่สีเขียว พื้นที่เกษตร สภาพดิน และการทรุดตัวของดิน

พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัท รับฟังเสียงของประชาชน และชี้แจงข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ทั้งระเบียบ เงื่อนไข ข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบ โดยย้ำว่าไม่ได้ขัดขวางการพัฒนา แต่การพัฒนาต้องไม่กระทบต่อวิถีชีวิตและอาชีพของคนในพื้นที่

ด้านนายการุณย์ กล่าวว่า จะนำเรื่องร้องเรียนเสนอต่อประธานกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เพื่อเชิญหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นข้อมูลเกี่ยวกับทุนต่างชาติ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป

อ่านข่าว :

เช็กก่อนใช้สิทธิ 11 ต.ค. ปรับสถานที่เลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม" 32 แห่ง เหตุน้ำท่วม

คพ.แจ้งความปม "คราบน้ำมันสีรุ้ง" ปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนฯ

ศุภจี​ ยินดี​ ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ​ มองเป็นโอกาสชี้แจงประชาชน