วันนี้ (8 ต.ค.2569) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.75 บาทต่อลิตร ยกเว้น B20 E20 E85 ราคาคงเดิม ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น มาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูง จากการโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ดันค่าขนส่งขึ้นทันที ประกอบกับจีนระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป จนสต็อกสิงคโปร์ร่วงต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซ้ำด้วยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐอเมริกา ที่ลดลงถึง 3.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ดันราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้น ในวันนี้พุ่งสูงกว่า 177 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งสูงขึ้นเกือบ 156 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อีกทั้งยังได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องแบกรับภาระชดเชย สูงถึงประมาณวันละ 363 ล้านบาท จึงมีความจำเป็นในการปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ เพื่อรองรับความผันผวน ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้
ทั้งนี้ ในกลุ่มน้ำมันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี7 เพิ่มการชดเชย 0.82 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.82 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 42.94 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 1.32 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 7.57 บาทต่อลิตร และราคาขายปลีกคงเดิม 37.19 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลพรีเมี่ยม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร
สำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซินเพิ่มการจัดเก็บ 0.16 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 1.88 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 50.43 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลดการชดเชย 0.21 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.63 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 41.44 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มการชดเชย 0.21 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.63 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 41.07 บาทต่อลิตร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มการชดเชย 0.44 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 8.29 บาทต่อลิตร และราคาขายปลีกคงเดิม 35.69 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เพิ่มการชดเชย 0.14 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.66 บาทต่อลิตร และราคาขายปลีกคงเดิม 31.63 บาทต่อลิตร โดยอัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.2569
ในช่วงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศมีความผันผวน กบน. ยังคงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ใช้เท่าที่จำเป็นและประหยัดที่สุด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของท่าน ยังเป็นการช่วยลดภาระของประเทศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กองทุนน้ำมันฯ มีความแข็งแกร่งพอที่จะกลับมาดูแลประชาชนทุกคนได้อย่างยั่งยืนต่อไป
อ่านข่าว :
35 ปี เวที IMF–World Bank ไทยเปลี่ยนโจทย์ “ดึงเงินทุน” สู่ “เทคโนโลยี”
ใช้จ่ายครัวเรือนพุ่งกว่า 2 หมื่น/เดือน สนค.ชี้น้ำมัน–เดินทาง ดันค่าครองชีพ
ดาวเทียมพบตะกอนหนาแน่นบริเวณปากแม่น้ำ 3 แห่ง "แพลงก์ตอนบลูม" ชายฝั่ง 4 จังหวัด
