"2554" ปีแห่งความท้าทายบทบาทหน้าที่สื่อมวลชน

สังคม
05:17
จำนวนผู้ชม 85
Thai PBS
"2554" ปีแห่งความท้าทายบทบาทหน้าที่สื่อมวลชน

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยออกรายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในรอบปี 2554 ว่าเป็นปีแห่งความท้าทายบทบาทหน้าที่สื่อมวลชน

รายงานของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย หยิบยกสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความแตกแยกทางความคิดและอุดมการณ์ยังดำรงอยู่ ทำให้การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนจึงยังคงถูกตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน ขณะเดียวกันการเติบโตของสื่อใหม่ๆ ทั้งเคเบิลทีวี โทรทัศน์ดาวเทียม เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ หรือSocial Media ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงบริบทการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน จึงถือได้ว่าเป็นอีก 1 ปีที่สื่อมวลชนถูกท้าทายถึงบทบาทการทำหน้าที่

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้จัดทำรายงานสรุปสถานการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนไทยในรอบปี 2554 ที่กำลังจะผ่านไปไว้ดังนี้

การแทรกแซงการทำหน้าที่สื่อมวลชน
จากกรณีที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง มีการส่งอีเมล์และโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพในเชิงคุกคามและหวังทำร้ายร่างกาย ทำให้ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวรู้สึกไม่ปลอดภัยและขาดเสรีภาพในการทำหน้าที่ กลุ่มผู้สื่อข่าวภาคสนามจึงยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบต้นตอของข้อความดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งไปเรียกร้องยังสถานีโทรทัศน์ต้นสังกัด เพื่อขอให้ปลดผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจรัฐ ทำให้มีการเข้าไปแทรกแซงเปลี่ยนแปลงผังรายการในสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เกิดขึ้นอีกครั้งด้วยการถอดรายการที่ออกอากาศในช่วงรัฐบาลก่อน ออกจากผังรายการเกือบทั้งหมด

เสรีภาพภายใต้ความรับผิดชอบ
จากกรณี "อีเมล์ฉาว" ที่ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการสื่อ ปลายเดือน มิ.ย. เว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่งรายงานว่า มีผู้ส่งข้อความในอีเมล์ส่วนตัว 2 ฉบับ หัวข้อ "จดหมายถึงท่านพงษ์ศักดิ์" และ "ข้อเสนอ วิม" ไปยังสื่อมวลชนฉบับต่างๆ เนื้อหาระบุถึงการให้เงินกับคนในสื่อหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ และสถานีโทรทัศน์ 1 ช่อง เพื่อขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวการหาเสียงเลือกตั้งของพรรค จนทำให้สภาวิชาชีพ ทั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และแม้ว่าที่สุดแล้วจะไม่พบหลักฐานว่ามีการรับเงินตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ถือว่าสั่นสะเทือนวงการสื่อมวลชนไม่ใช่น้อย

ความพยายามจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อ
ต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีความพยายามของข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรมหมกเม็ดยัดไส้ให้ รมว.วัฒนธรรม เสนอให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ เพราะให้อำนาจผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักรฯ แต่เมื่อ รมว.วัฒนธรรมทราบว่าถูกข้าราชการหมกเม็ด จึงมีการประสานงานให้คณะกรรมการกฤษฎีกาทำความเห็นกลับมาว่า เนื้อหาบางส่วนในร่างกฎหมายดังกล่าวอาจขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 เรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้มอบให้กระทรวงวัฒนธรรม นำร่างกฎหมายฉบับนี้กลับไปพิจารณาใหม่

การปฏิรูปสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
การเกิดขึ้นของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อเดือน ต.ค. กสทช.ได้มีมติเห็นชอบร่างแผนแม่บทบริหารจัดการคลื่นความถี่ และแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ฉบับ พ.ศ.2555-2559 ซึ่งจะนำเข้าสู่ขั้นตอนการประชาพิจารณ์ และเปิดรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนและผู้เกี่ยวข้องได้ในต้นปี 55 และหากสามารถประกาศใช้ได้ จะมีผลให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ ทั้งโทรทัศน์และวิทยุ หลังจากตกอยู่ในสภาพสุญญากาศไร้การกำกับดูแลมาเป็นเวลานาน

สื่อจมน้ำกับบริการสาธารณะ
เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าจากสถานการณ์อุทกภัยได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องคนไทยนับล้านคน และในจำนวนนั้น สื่อมวลชนก็มีสถานะเป็นผู้ประสบภัยเช่นกัน ทั้งในส่วนของบุคคล สำนักพิมพ์ และสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง ทำให้สื่อมวลชนทุกแขนงมีส่วนสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยคู่ขนานกับภาครัฐ ทั้งทำหน้าที่หลักในการรายงานข่าว และเปิดสำนักงานเป็นจุดรับบริจาคสิ่งของไปแจกผู้ประสบภัย จนกลายเป็นอีกบทบาทหนึ่งของสื่อ ที่นอกเหนือจากการรายงานข่าวแล้ว ยังคงทำหน้าที่จิตอาสาได้อย่างเข้มแข็งเช่นกัน

อาลัยเพื่อนร่วมวิชาชีพสื่อ
เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจวงการสื่อในรอบปี 2 เหตุการณ์ กรณีแรกคือ นายศรวิชัย คงตันนิกูล ช่างภาพสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กตกที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่สร้างความเศร้าเสียใจให้กับคนในวงการสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก

อีกกรณีเป็นเหตุรถข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ทำให้ น.ส.อิสราวรรณ จำลองเพ็ง ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนช่างภาพและผู้ช่วยช่างภาพได้รับบาดเจ็บ

ทั้ง 2 กรณีถือว่าเป็นการเสียชีวิต ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน

จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจึงขอสรุปว่า ในปี 2554 ที่กำลังจะผ่านไปถือว่าเป็น "ปีแห่งความท้าทายบทบาทหน้าที่สื่อมวลชน" ซึ่งในอนาคตสื่อมวลชนจะต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ต่างๆ ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน รอบด้าน และยังคงยึดมั่นในหลักของจริยธรรมวิชาชีพอย่างเคร่งครัด