วันนี้ (9 ต.ค.2569) กรมชลประทานเดินหน้าปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท อย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบนเริ่มลดลง โดยเตรียมทยอยปรับลดการระบายน้ำจาก 2,300 เหลือ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ (9 ต.ค.2569) เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา
วันนี้ (9 ต.ค.2569) กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำ สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,994 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี Ct.19 แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 58 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +15.99 เมตร รทก. แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
จากสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน กรมชลประทานจึงทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได ตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยลดเฉลี่ยชั่วโมงละประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 2,300 เหลือ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 22.00 น. ของวันนี้ และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ตอนล่าง พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่า
ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนและสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนทั้งพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อน พร้อมขอให้ประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง
กรมชลฯ ลดระบายเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,200 ลบ.ม./วินาที เริ่มเที่ยงวันนี้
ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 888 ล้าน ลบ.ม. (102%) แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทำให้กรมชลประทานสามารถทยอยปรับลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้มากขึ้น โดยการลดระบายของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 จะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ท้ายเขื่อน ก่อนลงมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา และไหลผ่านสถานี C.29B จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการติดตามปริมาณน้ำที่ไหลต่อไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 1,977 ลบ.ม./วินาที การปรับลดครั้งนี้จึงช่วยลดภาระน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสักจะเริ่มดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 9-11 ต.ค.2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะวันที่ 9 ต.ค. ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนวันที่ 10-11 ต.ค. ต้องจับตาพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลักและพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้นได้อีก
ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ระดับน้ำเหนือและท้ายเขื่อน รวมถึงสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยให้ความสำคัญกับการลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่อาจตกเพิ่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าว :
กรมอุตุฯ ฉบับ 5 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดฝนถล่มวันนี้
ปภ.โอนเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 20 จังหวัด 38,076 ครัวเรือน รวม 316 ล้านบาท
