วันนี้ (9 ต.ค.2569) นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า ไทยพีบีเอส เตรียมส่งหนังสือร้องเรียนไปยังประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องกรณีการดำเนินการตรวจสอบไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
กรณีมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อออนไลน์บางสำนัก ที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีคำสั่งชี้มูลความผิดและสั่งการให้ผู้อำนวยการ ตลอดจนพนักงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จำนวน 10 ราย ชดใช้เงินจำนวน 85.22 ล้านบาท โดยที่ ส.ส.ท.ในฐานะหน่วยรับการตรวจ ไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ขณะที่ข้อมูลถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ทั้งที่กระบวนการพิจารณายังไม่เป็นที่สิ้นสุด สร้างความเข้าใจผิดและก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์กร รวมถึงกระทบต่อสิทธิและชื่อเสียงของบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง
นายพิเศษ กล่าวต่อว่า ส.ส.ท.ขอใช้สิทธิในการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตาม มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 และประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้คณะกรรมการโปรดพิจารณาวินิจฉัยการดำเนินการ ตรวจสอบของ สตง. ขอให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พิจารณา 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. การเปิดเผยข้อมูลระหว่างการตรวจสอบ ขอให้พิจารณาว่าข้อมูลการตรวจสอบที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาและรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง สามารถเผยแพร่ต่อสาธารณะได้หรือไม่ โดยคำนึงถึงข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 15 (2) และ (5) รวมถึงมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบที่ยังไม่ยุติ
2. มาตรการรักษาความลับของข้อมูล ขอให้ชี้แจงว่า สตง.มีกระบวนการรักษาความลับของข้อมูล ระหว่างการตรวจสอบอย่างไร และเหตุใดข้อมูลที่ไทยพีบีเอสเห็นว่าเป็นข้อมูลระหว่างกระบวนการตรวจสอบจึงถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งที่หน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับแจ้งผลอย่างเป็นทางการ
3. ความรับผิดชอบต่อกรณีข้อมูลรั่วไหล ขอให้ตรวจสอบว่า การเผยแพร่ข้อมูลเกิดจากความจงใจหรือความบกพร่องในการปฏิบัติงานหรือไม่ พร้อมขอให้ชี้แจงแนวทางดำเนินการของ สตง. โดยระบุว่าการเปิดเผยข้อมูลที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ อาจเกี่ยวข้องกับมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561
4. แนวทางแก้ไขและเยียวยาความเสียหาย ขอให้พิจารณาว่า สตง.จะมีแนวทางแก้ไขความเข้าใจผิดและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อ ส.ส.ท. และบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างไร ในเมื่อกระบวนการตรวจสอบยังไม่ได้ข้อยุติ
ทั้งนี้ หนังสือระบุว่า ตามมาตรา 33 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 ประกอบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่เกี่ยวข้อง หน่วยรับตรวจมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หากเห็นว่าการดำเนินการตรวจสอบไม่เป็นไปตามนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน หรือหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด โดยคณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ปรับปรุงแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องได้
ดังนั้น การเผยแพร่ข้อมูลผลการตรวจสอบที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการ พร้อมระบุรายชื่อบุคคล ทั้งที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุดและหน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับแจ้งผลอย่างเป็นทางการ เป็นกรณีที่ควรได้รับการตรวจสอบว่าเป็นไปตามนโยบาย และหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นความโปร่งใสและการรักษาความลับของข้อมูลการตรวจสอบ
หนังสือถึงประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน.pdfอ่านข่าว :
ไทยพีบีเอสแจง สตง.ยังไม่แจ้งผลตรวจ ย้ำไม่ใช่คำชี้มูลความผิด
“ภคมน” เปิดเหตุผล รัฐบาลพยายามแทรกแซง “ไทยพีบีเอส”
ศึกรื้อ "ภาษีบาป" ปฏิรูปคลังโปร่งใส หรือ แผนสยบองค์กรอิสระ-สื่อสาธารณะ ?
สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนฯ ออกแถลงการณ์ ขอให้คุ้มครองความเป็นอิสระของไทยพีบีเอส
6 องค์กรวิชาชีพสื่อฯ แถลงการณ์ 4 จุดยืน-ข้อเสนอ แก้กฎหมายไทยพีบีเอส
สภาผู้บริโภค เปิด 3 เหตุผลค้านแก้กฎหมายไทยพีบีเอส ห่วงใช้งบรัฐ เปิดช่องแทรกแซงข่าว
ส.ส.ท.ย้ำจุดยืนความเป็นอิสระ "สื่อสาธารณะ" ปมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้
"ภคมน" ค้านแก้ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส หวั่นเปลี่ยนสื่อสาธารณะสู่สื่อรัฐ
"ไทยพีบีเอส" แจงผลปฏิบัติงานปี 68 ยืนหยัดเป็นเสาหลักระบบนิเวศสื่อสาธารณะ
ไทยพีบีเอสรายงานผลงานปี 2567-2568 ต่อสภาฯ ชูบทบาทสื่อสาธารณะรับมือยุคดิจิทัล
