วันนี้ (11 ต.ค.2569) สำนักข่าว CNN รายงานว่า เกิดเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิด ในกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์นี้
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวซาอุดีอาระเบีย 4 คน, ชาวบังกลาเทศ 2 ตน และชาวสหรัฐฯ จอร์แดน ปาเลสไตน์ ซีเรีย ซูดาน และอียิปต์ ประเทศละ 1 คน
นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 300 คน เจ้าหน้าที่นำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาล โดยลำเลียงทั้งทางรถและทางเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งบางคนอยู่ในอาการวิกฤต
ขณะที่สำนักข่าว AP รายงานว่า กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ได้กล่าวโทษ "กลุ่มกบฏฮูตี" ในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่าเป็น "อาชญากรรมสงครามอย่างเต็มรูปแบบ" และให้คำมั่นว่าจะตอบโต้อย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ ยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆ ออกมาจากกลุ่มกบฏฮูตี โดยก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กลุ่มฮูตีได้กล่าวหาว่าซาอุดีอาระเบียว่าโจมตีสนามบินนานาชาติซานา ในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนที่กลุ่มฮูตียึดครองอยู่ ขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีได้อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิด เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีรายงานว่า การโจมตีสนามบินริยาดในซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ เป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี เกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า และไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ จากระบบเตือนภัยของซาอุดีอาระเบีย
ด้านหน่วยงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า การดำเนินงานที่สนามบินถูกระงับชั่วคราว และเที่ยวบินทั้งหมดถูกเปลี่ยนเส้นทางจากริยาดในวันเสาร์ที่ 10 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ออสเตรเลียและแคนาดา เตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงสนามบินดังกล่าว
อ่านข่าว :
อุตุฯ เตือน 11-13 ต.ค. "เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้" ฝนตกหนัก ลูกเห็บตก
สหรัฐฯ 3 รัฐประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเฮอริเคน Isaias ถล่มชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก
Gen Z อินเดียประท้วงเดือด จี้ กกต.ลาออก ปมตัดชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 130 ล้านคน
