เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2569 สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย จัดเวทีเสวนาเปิดงานวิจัยไทบ้าน “พันธุ์ปลาแม่น้ำกก ท่ามกลางวิกฤติสารพิษปนเปื้อน” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย
นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า งานวิจัยไทบ้านลุ่มแม่น้ำกก ถือเป็นงานวิจัยสะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยอธิบายผ่านปลาในพื้นที่แม่น้ำกก ภายใต้สถานการณ์ระบบนิเวศโดยรวม และแหล่งที่อยู่อาศัยของปลา ที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลง การพัฒนา รวมถึงสภาพอากาศ ที่สำคัญผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้เกี่ยวข้องกับมลพิษข้ามพรมแดน สิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะปลาในอนาคตจะดำรงชีวิตอยู่อย่างไร
สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต
นายสมเกียรติ ระบุว่า งานวิจัยไทบ้านโดยเฉพาะเรื่องพันธุ์ปลาในแม่น้ำกก เป็นงานที่สะท้อนให้เห็นว่า มีชนิดพันธุ์ที่เหลืออยู่กี่ชนิด ปลาต่างถิ่นเข้ามาขยายพันธุ์ในพื้นที่เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ และแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาในพื้นที่ลุ่มน้ำกกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ในอนาคตถ้าหากแม่น้ำเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ ชนิดพันธุ์ปลาที่อยู่ในแม่น้ำกก ระบบนิเวศโดยรวม หรือความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นองค์ประกอบของระบบนิเวศอื่น ๆ จะฟื้นฟูและรักษาตัวเองอย่างไร
งานวิจัยจะเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาและการวางแผนพัฒนาลุ่มน้ำในอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบจากการพัฒนาไม่ได้กระทบแค่เรื่องปลาหรือระบบนิเวศ แต่ส่งผลนำไปสู่ผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมลุ่มน้ำกก
แม่น้ำกกตอนบน ช่วงไหลผ่าน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
นายเกรียงไกร แจ้งสว่าง ทีมวิจัยไทบ้าน สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า ทีมวิจัยได้ร่วมเก็บข้อมูลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาในลุ่มน้ำกกท่ามกลางวิกฤตสารพิษ การวิจัยเป็นการลงไปหาปลาโดยใช้เครื่องมือท้องถิ่น มีพื้นที่ศึกษา 6 ชุมชนในลุ่มน้ำกก จาก 65 หมู่บ้านที่อยู่ตลอดริมแม่น้ำกก ทั้งตอนต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สิ่งค้นพบสำคัญคือ พบพันธุ์ปลาในแม่น้ำกกอย่างน้อย 92 ชนิด เป็นปลาท้องถิ่น 78 ชนิด และปลาต่างถิ่น 14 ชนิด
ปลา 92 ชนิดนี้ เป็นปลาที่พบเห็นได้ทั่วไป 37 ชนิด แต่ปลาอีกจำนวน 55 ชนิด เป็นปลาหายาก บางชนิดในปีหนึ่งพบแค่ครั้งเดียว และเริ่มพบว่าปลาที่หายไปจากแม่น้ำกกมีจำนวน 4 ชนิด คือ ปลาเค้าดำ ปลาบึก ปลาหว้าหน้านอ และปลาหว้า
นอกจากนี้ ยังพบปลาอีก 4 ชนิดที่นาน ๆ จับได้ครั้ง คือ ปลายี่สกไทย ปลากระเบนโขง ปลาเวียนแดง และปลาแค้ติดหิน
เกรียงไกร แจ้งสว่าง ทีมวิจัยไทบ้าน สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ปลาหายาก 55 ชนิดส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในแม่น้ำกก บริเวณใกล้ปากแม่น้ำโขงประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งเป็นปลาอพยพ หากดูการกระจายตัวของปลาในแม่น้ำกกซึ่งแบ่งเป็น 3 ตอน พบว่า น้ำกกตอนบน จะพบชนิดของปลาได้น้อย นับตั้งแต่มีการสร้างฝายเชียงราย ทำให้ปลาอพยพต่าง ๆ จับได้น้อยลง
ส่วนแม่น้ำกกตอนกลางก็พบปลาน้อยเช่นเดียวกัน โดยพบเพียง 37 ชนิด ขณะที่แม่น้ำกกตอนปลายมีความหลากหลายของพันธุ์ปลาสูง โดยเฉพาะในรัศมีจากปากแม่น้ำเข้ามาประมาณ 15 กิโลเมตร จะพบปลาเกือบครบทั้ง 92 ชนิด
แม่น้ำกกพบปลาและสัตว์น้ำที่อยู่ในบัญชีแดงของ IUCN จำนวน 15 ชนิด คือ ปลากระโห้ ปลายี่สกทอง ปลาบึก ปลากระเบนแม่น้ำโขง ปลาแดง ปลานวลจันทร์ ปลาไน ปลาหว้าหน้านอ ตะพาบน้ำ ปลาจีน ปลากดเหลือง ปลาเค้าขาว ปลาเค้าดำ ปลาดุกอุย และปลาแค้เหลือง
ปลาและสัตว์น้ำ แม่น้ำกกที่อยู่ในบัญชีแดงของ IUCN จำนวน 15 ชนิด
ส่วนปลาเศรษฐกิจที่สำคัญพบประมาณ 21 ชนิด เช่น ปลากระเบน ราคา กิโลกรัมละ 400 บาท ปลาแดง ราคาประมาณ 350-400 บาท ปลากดคัง ราคา กิโลกรัมละ 250-300 บาท
ระบบนิเวศย่อยในแม่น้ำกกแบ่งตามองค์ความรู้ท้องถิ่นได้ 11 ระบบนิเวศ ได้แก่ หนอง โหลง ดอน แคว แก่ง ออบ หาด วัง ผา ปง และลำห้วย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับฤดูกาลและเครื่องมือหาปลา
นายเกรียงไกร กล่าวถึงสาเหตุที่ปลาแม่น้ำกกหายไป จากงานวิจัยไทบ้านพบว่า มีสาเหตุหนักที่สุดคือ แม่น้ำปนเปื้อนสารพิษจากการทำเหมืองแร่ และผลกระทบจากการพัฒนา เช่น การสร้างท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ทำลายระบบนิเวศที่เรียกว่า “ปง” ซึ่งเป็นที่ราบน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนที่เป็นแหล่งวางไข่ของปลา รวมถึงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงและแม่น้ำกก ส่งผลโดยตรงต่อการขึ้นลงของน้ำไม่มีความสัมพันธ์กัน ส่งผลกระทบต่อการอพยพของปลา
ฝายเชียงราย กั้นแม่น้ำกก อ.เมือง-เวียงชัย จ.เชียงราย
ด้าน นายวิทยา มะสะ นักวิชาการประมงชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังติดตามมาตลอดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ได้เก็บตัวอย่างประมาณ 600 กว่าตัวอย่าง สถานการณ์ปลาในแม่น้ำกกและปลาแม่น้ำโขง เนื้อปลายังกินได้ ส่วนปลาแม่น้ำสาย-รวก เนื่องจากค่าความขุ่นสูงมากและมีสารพิษสูงบางตัวมากกว่า 28 เท่า ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการเก็บตัวอย่างให้ได้มากที่สุดเพื่อแจ้งเตือนประชาชน
สิ่งที่น่ากังวลคือความมั่นคงทางอาหาร พยากรณ์ไว้ว่าไม่เกิน 5 ปี ความมั่นคงทางด้านอาหารหายไปแน่นอน เพราะทรัพยากรปลาเปลี่ยนไป แหล่งวางไข่และแหล่งอาหารของปลาไม่มี ปริมาณจะลดลงไปเรื่อย ๆ
นายวิทยา เล่าย้อนการเก็บตัวอย่างอย่างน้อย 25 ปี เมื่อก่อนเคยลงไปจับปลาในแม่น้ำกก ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน พบว่า จะเป็นช่วงน้ำใส จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แม่น้ำมีตะกอนขุ่นจับปลาไม่ได้เพราะน้ำไม่มีความใส และระบบนิเวศเปลี่ยนไป
วิทยา มะสะ นักวิชาการประมงชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย
นักวิชาการประมงชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย เสนอแนวทางแก้ไขว่า ถ้าหากหยุดเหมืองแร่ไม่ได้ วันนี้ปลาอาจยังมีความปลอดภัยทางอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่วันข้างหน้าเมื่อตะกอนสะสมไปเรื่อย ๆ ปริมาณสารพิษโลหะหนักก็ต้องสะสมเพิ่มขึ้นเช่นกัน ไม่เกิน 5 ปี ความมั่นคงทางอาหารจะเปลี่ยนไป ชาวบ้านอาจจับปลาไม่ได้และต้องเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น
"ปลาแค้" ปลานักล่าเหนือห่วงโซ่อาหารยังจับได้ในแม่น้ำกก
รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า เคยเก็บตัวอย่างปลาในลุ่มน้ำกกและแม่น้ำโขงเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ทำให้มีข้อมูลเปรียบเทียบกับปัจจุบัน โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผลกระทบจากสารพิษโลหะหนักและความขุ่นตะกอนในแม่น้ำกก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและชนิดปลา ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปลาได้รับสารพิษโลหะหนัก เช่น “ปลาแค้” มีตุ่มขึ้นข้างนอก สะท้อนว่า อวัยวะภายในหมดสภาพไปแล้ว ซึ่งมาจากภูมิคุ้มกันของปลาที่ลดลง ซึ่งปลาแค้ที่เป็นตุ่มส่วนใหญ่พบในปลาขนาดเล็กเนื่องจากมีอายุเพียง 1 ปี แต่ปลาอายุ 2 ปีขึ้นไปจะมีภูมิคุ้มกันและความอดทนมากกว่า
เปิดผลวิจัยปลาแม่น้ำกก 55 ชนิด หายาก 4 ชนิดสูญพันธุ์ จากปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน
รศ.ดร.อภินันท์ ยังกล่าวถึงผลการศึกษาตัดเนื้อเยื่ออวัยวะของปลา คือ ตับและไต ปรากฏว่ามีบางอย่างที่น่าสนใจ หากพบปริมาณการสะสมของโลหะหนักจำนวนมากในตัวปลา จากสภาวะอวัยวะปกติของตับและไตที่จะมีโครงสร้างสวยงาม กลับพบว่ารูปร่างผิดเพี้ยนไปจากเดิม เหมือนมีไขมันสะสมอยู่ในตับ
ส่วนปลาขนาดเล็กจะเริ่มหายไป เพราะเป็นปลากินพืชที่มีลำตัวยาวไม่เกินหนึ่งคืบ ปลาเหล่านี้มีอายุสั้นเพียงปีเดียว เมื่อถึงรอบปีต้องสืบพันธุ์และวางไข่ แต่เมื่อพบสารพิษโลหะหนัก ระบบสืบพันธุ์ก็ไม่ปกติ ทำให้ปริมาณลูกและไข่ลดลง ส่งผลต่อจำนวนลูกปลา เมื่อลูกปลาลดลงในรอบปี นั่นหมายความว่าในปีถัดไปพ่อแม่พันธุ์ปลาก็จะลดลงตามไปด้วย
ปริมาณและพันธุ์ปลาใน 3-4 ปีข้างหน้า แม่น้ำกำลังจะสูญสภาพสิ่งมีชีวิต สิ่งที่มีน้อยอยู่แล้วหรือหายากอยู่แล้ว จะยิ่งลดจำนวนลงไปเรื่อย ๆ
สำหรับตะกอนดินและความขุ่นของแม่น้ำกกตลอดทั้งปี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปลาบางชนิดที่วางไข่ในแม่น้ำกก เช่น บริเวณพื้นทรายหรือก้อนหิน เมื่อความขุ่นของแม่น้ำเกิดขึ้นตลอดปี แสงส่องลงไม่ถึงพื้น น้ำไหลซึ่งเป็นแหล่งสร้างอาหารของปลา เช่น แพลงก์ตอนและแมลงที่อยู่ตามก้อนหินจึงไม่มี เมื่อแสงส่องไม่ถึง ลูกปลาจึงไม่มีอาหารกินเพื่อเจริญเติบโต และส่งผลต่อปลาในห่วงโซ่อาหาร
โดยเฉพาะปลากินเนื้อที่ไม่มีอาหารกิน จนทำให้ปลากินเนื้อต้องมากินกันเอง หากพบแต่ปลาตัวใหญ่แล้วปลาตัวเล็กหายไป นั่นหมายความว่าใกล้ถึงจุดที่ระบบนิเวศแม่น้ำกกสะท้อนว่า ปลาและสัตว์น้ำจะไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกเพราะไม่มีแหล่งอาหาร
รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ส่วนข้อเสนองานวิจัยไทบ้าน สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เสนอแนวทางแก้ปัญหาประมงลุ่มน้ำกก มี 6 ข้อ ได้แก่
1.อยากให้รัฐบาลเจรจาหยุด/ปิดเหมืองแร่ที่ต้นทางในประเทศเมียนมา
2.อยากให้ฟื้นฟูระบบนิเวศ เมื่อแม่น้ำกกไม่สามารถหาปลาได้ แต่ระบบนิเวศย่อย เช่น ลำห้วย หนอง ยังมีความปลอดภัย จึงอยากให้ฟื้นฟูเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน
3.อยากให้จัดทำเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาที่ชุมชนสามารถบริหารจัดการได้
4.อยากให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการศึกษา เช่น งานวิจัย หรือคณะกรรมการแก้ไขปัญหาแม่น้ำกก
5.อยากให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือตลอดลุ่มน้ำกก
6.อยากให้รณรงค์สร้างความตระหนักรู้และให้ความรู้กับชาวประมง
สำหรับงานวิจัยไทบ้านเริ่มครั้งแรกตั้งแต่ปี 2542 เข้าสู่ปีที่ 26 โดยงานวิจัยไทบ้านครั้งแรกเกิดขึ้นที่แม่น้ำมูลในภาคอีสาน หลังจากนั้นได้ทยอยศึกษาในหลายพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ส่วนแม่น้ำกกถือว่าเป็นงานวิจัยล่าสุดที่จัดทำขึ้นเพื่อชี้ให้เห็นว่า ในอดีตที่ผ่านมา ปลาในลุ่มแม่น้ำโขงในประเทศไทยมีมากเกือบ 500 ชนิดในภาคอีสาน และในภาคเหนือมีประมาณ 200 ชนิด ซึ่งปัจจุบันเหลือชนิดพันธุ์ปลาท้องถิ่นในแม่น้ำโขงไม่ถึง 100 ชนิด ทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ ส่วนการศึกษาปลาต่อไปจะเน้นศึกษาในลำห้วย และหากมีโอกาสอยากศึกษาปลาในพื้นที่ต้นน้ำในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ ภาคใต้ฝนหนัก 70% เสี่ยงน้ำท่วมขัง-น้ำป่าไหลหลาก
"เมย์ รัชนก" พ่ายเดนมาร์ก คว้ารองแชมป์แบดมินตัน อาร์กติก โอเพน
เซเลนสกีชี้อนาคตผู้นำให้ ปชช.ตัดสิน พร้อมเลือกตั้งหากปูตินหยุดยิง 60 วัน
