วันนี้ (13 ต.ค.2569) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต และประกอบอาชีพ รมว.คลัง จึงให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง และตรงจุดครอบคลุมทั้งการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ที่จำเป็นระหว่างประสบภัย ภาระหนี้เดิม และเงินทุนสำหรับซ่อมบ้านตลอดจนเงินทุนเพื่อฟื้นฟูอาชีพ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ออกมาตรการ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประสบอุทกภัยในทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม ได้แก่ สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูสำหรับเกษตรกรจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) การสนับสนุนสินเชื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) การบรรเทาภาระหนี้ด้วยมาตรการพักชำระหนี้ของประชาชน จากธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท.
การขยายระยะเวลาชำระหนี้ สำหรับผู้ประกอบการจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารเพื่อส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการจากธนาคารออมสิน ธพว. ธสน. และ ธอท.
รวมถึงการพักชำระค่าธรรมเนียมและค่างวด เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ จากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีผลการดำเนินการช่วยเหลือจำนวนรวม 160,515 ราย จำนวน 27,592 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือทางการเงินของผู้ที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม ณ กระทรวงการคลัง เพื่อเป็นจุดกลางในการรับเรื่อง ให้ข้อมูลและประสานความช่วยเหลือแก่ประชาชนรวมและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยรวบรวมมาตรการและช่องทางการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาไว้ในจุดประสานงานเดียว เพื่อให้สามารถรับเรื่องและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว และตรงกับปัญหาและความต้องการของผู้ประสบภัย
ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียด มาตรการหรือแจ้งปัญหาในการขอรับความช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1689 กด 1 หรือ 4 โดยศูนย์ดังกล่าวเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลา 09.00 – 16.00 น.
มาตรการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญ ในการบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ของผู้ประสบอุทกภัยได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดจนฟื้นฟูกิจการ พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนเพื่อให้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย อาคาร โรงงาน เครื่องจักร ตลอดจนฟื้นฟูการประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจให้กลับมาเป็นปกติได้โดยเร็วโดยผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจ แต่ละแห่งเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประสบอุทกภัยดำเนินต่อไปได้
ก.คลัง เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ช่วยแล้ว 1.6 แสนราย
อ่านข่าว :
"ไชยชนก" ชี้ "สส.ไอเดียร์" ต้องชี้แจงปมบัญชีทรัพย์สิน ย้ำทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
