วันนี้ (14 ต.ค.2569) กรมชลประทาน แจ้งปรับลดการระบายน้ำ "เขื่อนเจ้าพระยา" จ.ชัยนาท ตั้งแต่เวลา 12.00 น.ของวันนี้ (14 ต.ค.) เป็นต้นไป จะทยอยปรับลดการระบายน้ำจากอัตรา 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) โดยลดลงชั่วโมงละประมาณ 15 ลบ.ม./วินาที จนเหลืออัตรา 1,800 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 19.00 น.ของวันเดียวกัน และคงอัตราการระบายน้ำดังกล่าวต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้เวลา 06.00 น. สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ 1,762 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสะแกกรัง Ct.19 จ.อุทัยธานี 76 ลบ.ม./วินาที อัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,900 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน +15.96 เมตร เทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง
ขณะที่สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ปริมาณน้ำเก็บกัก 812 ล้าน ลบ.ม. (93%) ระบายน้ำ 248 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง ขณะที่เขื่อนพระราม 6 จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน 492 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง
ทั้งนี้ แม่น้ำป่าสักไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะไหลลงสู่สถานี C29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี (จุดวัดน้ำเจ้าพระยาก่อนไหลผ่านกรุงเทพฯ) ปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 1,857 ลบ.ม./วินาที โดยควบคุมไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที
ส่วนเขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี ระบายน้ำท้ายเขื่อน 1,023 ลบ.ม./วินาที โดยได้แจ้งเตือนพื้นที่ 4 จังหวัดอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ได้แก่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ซึ่งมีบางพื้นที่ยังได้รับผลกระทบ พร้อมขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ ภาคกลางมีฝน 70% กทม.-ตะวันออก-ใต้มีฝน 60%
กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคมเรียกร้องถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส หวั่นกระทบความเป็นอิสระสื่อสาธารณะ
