วันนี้ (14 ต.ค.2569) นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษก สตง. กล่าวว่า ช่วงต้นปี 2569 สตง.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบุคคลภายในของไทยพีบีเอส ว่า มีการใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามกฎหมายของ สตง.ในหลายประเด็น โดยประเด็นหลักเป็นเรื่องการจัดหาผู้ทำข่าว เจ้าหน้าที่ระดับสูงใช้ทรัพย์สินองค์กรไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และ การบริหารงานที่ผ่านมาไม่มีผลสัมฤทธิ์และไม่มีประสิทธิภาพ
โฆษก สตง. ย้ำว่า เป็นการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ในองค์กร โดยผู้ว่าการ สตง.เห็นว่าเป็นองค์ใหญ่และต้องได้รับการตรวจสอบ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบให้ครบถ้วนตามหลังสือร้องเรียน โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 26 ม.ค.2569 แบ่งทีมงานตรวจสอบในแต่ละเรื่อง ทั้งจัดหาว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ ตรวจผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพองค์กร และตรวจความผิดเฉพาะบุคคตลซึ่งอาจมีแนวโน้มว่าจะส่งไปยัง ป.ป.ช.ต่อไป หากเชื่อว่าพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต
สตง.ชี้ตรวจสอบ "ไทยพีบีเอส" ตามขั้นตอนรับร้องเรียน "ความคุ้มค่า-จัดซื้อจัดจ้าง-ใช้รถหลวง"
ทั้งหมดออกรายงานมาแล้ว 2 ฉบับ เรื่องผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา และต่อมาในวันที่ 9 ต.ค. ออกรายงานเรื่องการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบหรือไม่ ส่วนประเด็นความผิดเฉพาะเจาะจงกับเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้ออกรายงานและจะออกรายงานในเร็วๆ นี้
แต่งตั้งคณะตรวจสอบวันที่ 26 ม.ค.69 ออกรายงานวันที่ 2 ต.ค.69 แสดงว่า สตง.ต้องละเอียดรอบคอบในการรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงให้มากที่สุด เพราะมีผลกระทบต่อองค์กรของผู้ออกรายงาน ตั้งแต่มีคณะทำงานจนถึงการออกรายงาน ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ของ ส.ส.ท. และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจงแสดงเหตุผลในข้อทักท้วงทั้งหมด จนนำมาสู่การเปิดแถลงผลการตรวจสอบให้ทราบอย่างเป็นทางการ
น.ส.สินีนาต โพธิชัย ผอ.สำนักตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ 3 กล่าวถึงการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานของไทยพีบีเอส ว่า ไทยพีบีเอสได้รับงบประมาณในการดำเนินการปีละกว่า 2,000 ล้านบาท โดยงบฯ ส่วนมากเกือบร้อยละ 50 เกี่ยวข้องกับการจัดหาและผลิตสื่อ ดังนั้น สตง.จึงตรวจสอบเพื่อประเมินความคุ้มค่าและประสิทธิผล พบว่า ส่วนใหญ่บรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดขององค์กร (KPI) แต่ตัวชี้วัดบางส่วนขาดความต่อเนื่องและมีการเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาบ่อยครั้ง แม้จะอยู่ภายใต้การบริหารของผู้บริหารชุดเดียวกัน
พร้อมยกตัวอย่าง ตัวชี้วัดที่ใช้ PSI Ranking สลับไปสลับมากับ PSI Market Share ทำให้ตัวองค์กรไม่สามารถสะท้อนความมีประสิทธิภาพและความก้าวหน้า นอกจากนี้ยังพบว่าการดำเนินการของหน่วยงานภายในด้านการผลิตจัดหารายการ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดได้ตามที่มุ่งหวัง เช่น สำนักข่าว และ สำนักสร้างสรรค์เนื้อหา สาเหตุมาจากขาดการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
ขณะที่โครงการส่วนใหญ่ดำเนินการแบบปีต่อปี โดยหากโครงการไม่ได้ดำเนินการต่อไปก็ไม่มีการวิเคราะห์หาสาเหตุและไม่ได้นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข แต่ใช้วิธีการเปลี่ยนตัวชี้วัดเพื่อเลี่ยงปัญหาแทน โดยไทยพีบีเอสให้ข้อมูลว่า มีการนำข้อมูลพฤติกรรมผู้ชมมาใช้ แต่ไม่ได้นำมาสู่การวางแผนการผลิตจัดหารายการ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับชม ทำให้มีข้อจำกัดของชุดข้อมูลในระบบ PSI ที่ไม่สามารถระบุความต้องการ ความนิยมของแต่ละบุคคลของผู้รับชมได้
สตง.ชี้ตรวจสอบ "ไทยพีบีเอส" ตามขั้นตอนรับร้องเรียน "ความคุ้มค่า-จัดซื้อจัดจ้าง-ใช้รถหลวง"
สตง.เสนอแนะให้ไทยพีบีเอสวิเคราะห์ทิศทางเป้าหมายขององค์กร เพื่อกำหนดตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับหมายการถ่ายทอด และถ่ายทอดลงสู่หน่วยงานภายใน โดยให้น้ำหนักตัวชี้วัดที่แตกต่างกันตามจุดเน้นของทิศทางและเป้าหมายของขององค์กร และกำหนดให้ใช้ตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบ วัดประสิทธิภาพของการดำเนินงานได้ และเร่งเชื่อมโยงข้อมูลสมาชิกวันไทยพีบีเอสที่เคยกำหนดเป็นเป้าหมายตัวชี้วัด
แต่ปัจจุบันไทยพีบีเอสนำเป้าหมายตัวชี้วัดนี้ออกไป เนื่องจากยังไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุตัวชี้วัดได้ จึงอยากผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลวันไทยพีบีเอสให้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับยุคดิจิทัล และนำข้อมูลพฤติกรรมของผู้ชมมาประกอบการวางแผน ผลิตและจัดหารายการ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับชมรายการ
น.ส.สินีนาต กล่าวอีกว่า ข้อตรวจพบที่ 2 แผนงาน Business Management Plan ยังไม่ครบถ้วน ไม่สามารถใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบแผนและผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน และไม่มีการแสดงผลตัวชี้วัดองค์กรในระบบ ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถวัดผลการดำเนินงานได้ว่า เป็นไปตามแผนที่เคยเสนอขออนุมัติงบประมาณหรือไม่ โดยมุ่งเน้นเพียงว่ามีการเบิกจ่ายงบฯ เกินร้อยละ 80 หรือไม่
นอกจากนี้ยังพบว่าระบบจัดเก็บไฟล์รายการ แยกไปตามแต่ละสำนักต่างๆ ไม่เป็นไปตามฐานข้อมูลเดียวกัน และระบบบริหารจัดการการถ่ายทอดเผยแพร่บันทึกเทป ยังใช้ในการบริหารจัดการเพียงรายการที่ออกอากาศทางโทรทัศน์เท่านั้น ยังไม่รองรับรายการที่เผยแพร่ทางออนไลน์ นอกจากนี้รายการที่เผยแพร่ทางออนไลน์ในรูปแบบ Online First ยังไม่ได้รับการประเมินผลการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม โดยวัดเพียง Active Users ของเว็บไซต์เท่านั้น ยังไม่สามารถสะท้อนการเข้าถึงเนื้อหาที่แท้จริงได้
สตง.ชี้ตรวจสอบ "ไทยพีบีเอส" ตามขั้นตอนรับร้องเรียน "ความคุ้มค่า-จัดซื้อจัดจ้าง-ใช้รถหลวง"
ผอ.สำนักตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ฯ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันพบว่าการประเมินคุณภาพรายการที่ผลิตและจัดหาบางส่วนยังไม่รัดกุม โดยพบว่าการประเมินผลตอบแทนทางสังคม หรือ SROI ยังไม่มีแนวทางคัดเลือกรายการและผู้ประเมินที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ใช้การพิจารณาเป็นรายปี ไม่มีการจัดทำแนวทางที่ชัดเจน และการสำรวจ Perception Survey ในกรณีผู้ตอบแบบสอบถาม ไม่มีการถามว่าทำไมจึงไม่ได้รับชม เพื่อนำไปสู่การให้ข้อเสนอแนะสำหรับการผลิจและจัดหารายการต่อไป
สาเหตุของข้อตรวจพบ สตง.วิเคราะห์แล้วพบว่า ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กรยังไม่ได้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานรายงานผลในระบบ BMP ได้ครบถ้วน แต่เน้นติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผน คือ ได้มากกว่าร้อยละ 80 และระบบยังไม่มีการพัฒนาให้เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ขณะที่องค์กรชี้แจงว่า อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์จากโทรทัศน์สู่ออนไลน์ จึงยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายความนิยมและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทางออนไลน์ไว้ในตัวชี้วัดขององค์กร
ดังนั้น สตง.จึงเสนอให้เสนอแนะกับกรรมการนโยบาย และ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ในการพิจารณาเชื่อมโยงการอนุมัติงบประมาณกับผลสัมฤทธิ์ โดยจัดสรรงบประมาณต้องอ้างอิงข้อมูลผลผลิตและผลลัพธ์ในระบบ BMP อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ แทนการดูเพียงอัตราการเบิกจ่ายเพียงอย่างเดียว ยกระดับระบบ BMP ให้สามารถเปรียบเทียบในระดับโครงการและตัวชี้วัดองค์กร ซักซ้อมความเข้าใจตัวรายงานอย่างครบถ้วน จัดทำสถาปัตยกรรมองค์กรระบบดิจิทัลและถังข้อมูลกลางให้เป็นระบบ และสามารถสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของผู้บริหารได้อย่างแม่นยำครบถ้วน
รวมถึงให้ยกระดับการบริหารการเผยแพร่ทั้งช่องทางโทรทัศน์และออนไลน์ เพื่อใช้ในการติดตามผลทั้งองค์กร และพัฒนากรอบในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางสังคมและการเข้าถึงผู้ชมของรายการในยุคดิจิทัล โดยทบทวนและกำหนดตัวชี้วัดสำหรับช่องทางออนไลน์ ทำหลักเกณฑ์เพื่อทำ SROI เป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงการปรับปรุง Perception Survey เพื่อนำมาสู่การพัฒนาเนื้อหาต่อไป
สตง.ชี้ตรวจสอบ "ไทยพีบีเอส" ตามขั้นตอนรับร้องเรียน "ความคุ้มค่า-จัดซื้อจัดจ้าง-ใช้รถหลวง"
เปิดผลสอบปมจ้างผลิตรายการ-จ่ายค่าตอบแทนพิธีกร
ขณะที่ น.ส.มธุลีห์ โยคี ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายในการเบิกจ่ายเงินใน 2 ประเด็นตามข้อร้องเรียน คือ 1.กรณีการจ้างผลิตรายการ "ข่าวเจาะย่อโลก" ระหว่างปี 2560-2568 กับบริษัทแห่งหนึ่งด้วยวิธีเฉพาะเจาจง เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากผ่านกระบวนการคัดเลือกตามระเบียบของไทยพีบีเอส ว่าด้วยวิธีการคัดสรรผู้ดำเนินการผลิตรายการ
จากรายละเอียดขอบเขตของงานในสัญญาผลิตรายการ มีลักษณะเป็นงานจ้างและสิ่งสนับสนุนการผลิต เช่น กล้อง เลนส์กล้อง ไมโครโฟนไร้สาย ซึ่งไทยพีบีเอสไม่ได้ประเมินเรตติงของรายการนี้ ดังนั้นการจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2560-2568 อาจขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารวัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ในเรื่องหลักการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม กรณีการจัดจ้างบริษัทเอกชนผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารวัสดุของภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 56(2) (ค) และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลั ของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 48 และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไทยพีบีเอส
ส่วนประเด็นที่ 2 คือ การจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญและผู้ร่วมรายการ ปีงบประมาณ 2566-2568 ของไทยพีบีเอส เป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2561 มาตรา 28(9) ประกอบระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเงิน การบัญชีและการงบประมาณ พ.ศ.2561 ข้อ 20 ประกอบข้อ 21 และระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเงิน การบัญชีและการงบประมาณ พ.ศ.2567 ข้อ 5 ประกอบข้อ 22 หรือไม่ อย่างไร
น.ส.มธุลีห์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าในปีงบประมาณปี 2566-2568 ไทยพีบีเอสจ่ายค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญ โดยไม่ปรากฎว่ามีระเบียบ ข้อกฎหมาย ข้อบังคับ หรือหลักเกณ์ที่ให้อำนาจรองรับการเบิกจ่ายไว้ แต่มีเพียงแนวทางหรือหลักเกณ์ในเชิงบริหาร สำหรับหน่วยงานภายในของไทยพีบีเอส เช่น แนวทางปฏิบัติในการจ่ายค่าตอบแทนแหล่งข่าว สำนักข่าว และแนวทางการเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ร่วมรายการและผู้ดำเนินรายการ โดยไม่มีการประกาศใช้ระเบียบเฉพาะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญ อาศัยการอนุมัติทางการเงินภายใต้กรอบวงเงินตามคำสั่งมอบอำนาจเป็นการชั่วคราว
ต่อมา ไทยพีบีเอสได้ประกาศใช้ระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเงิน การบัญชีและการงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 19 ก.ย.2567 มีผลบังคับใช้วันที่ 20 ก.ย.2567 ส่งผลให้หลักเกณฑ์เดิมไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก จึงถือว่าการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกร แขกรับเชิญและผู้ร่วมรายการ ที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2568 เป็นการใช้จ่ายเงินโดยไม่มีระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราการจ่าย ที่กำหนดไว้ตามระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเงิน การบัญชีและการงบประมาณ พ.ศ.2567 ข้อ 5 ประกอบข้อ 22 เป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 มาตรา 38 ซึ่งทั้งหมดนี้ ผู้ว่าการ สตง.จึงอาศัยอำนาจตามกฎหมายเสนอให้ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
สตง.ชี้ตรวจสอบ "ไทยพีบีเอส" ตามขั้นตอนรับร้องเรียน "ความคุ้มค่า-จัดซื้อจัดจ้าง-ใช้รถหลวง"
ด้านนายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ผอ.สำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 1 กล่าวถึงข้อร้องเรียนกรณีการใช้ยานพาหนะของผู้บริหาร ว่า เป็นข้อมูลภายในที่พนักงานได้ร้องเรียนมา โดย สตง.ตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2569 โดยพบข้อเท็จจริงบางประการในการตรวจสอบที่จะเปิดเผยในรายงาน สตง.เชื่อว่าตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งไทยพีบีเอสควรจะรู้และออกระเบียบในการใช้ยานพาหนะส่วนกลาง รวมถึงการเบิกค่าตอบแทนยานพาหนะที่ผู้บริหารได้รับ ไม่มีการดำเนินการให้ถูกต้อง
ข้อเท็จจริงที่สามารถพูดได้คือ ไทยพีบีเอสยอมรับว่ามีระเบียบในการเบิกค่าใช้จ่ายรถประจำตำแหน่ง แต่ไม่มีระเบียบในการใช้รถส่วนกลาง และผู้บริหารที่มีค่าตอบแทนในการใช้รถ มาใช้รถส่วนกลางด้วย
นายโสมทัต กล่าวอีกว่า หลักการขององค์กรของรัฐ การใช้ทรัพย์สินของรัฐต้องผูกพันตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังปี 2561 และ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 รวมถึง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ที่ต้องมีการออกระเบียบเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินขององค์กร โดยได้ยกตัวอย่างระเบียบหน่วยงานอื่นๆ เช่น ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เป็นต้น แม้แต่องค์การมหาชนก็มีการออกระเบียบในการใช้รถส่วนกลาง รวมถึงข้อห้ามเมื่อผู้บริหารได้รับเงินค่าใช้รถประจำตำแหน่งแล้ว จะไม่สามารถใช้รถส่วนกลางได้หากไม่มีเหตุจำเป็น ซึ่งจะเป็นส่วนที่ สตง.จะพิจารณาต่อไป
ส่วนการพิจารณาว่าจะแจ้งผลในมาตราไหน ขณะนี้ทีมตรวจสอบได้สรุปความเห็นเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างให้ผู้ว่าการ สตง.ลงนามและแจ้งให้ไทยพีบีเอสทราบภายในสัปดาห์หน้า
อ่านข่าว
เปิดผู้ว่าฯ สตง. "มณเฑียร เจริญผล" จากคำถามตึกถล่ม ถึงวันตรวจสอบไทยพีบีเอส
กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคมเรียกร้องถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส หวั่นกระทบความเป็นอิสระสื่อสาธารณะ
สภาผู้บริโภค เปิด 3 เหตุผลค้านแก้กฎหมายไทยพีบีเอส ห่วงใช้งบรัฐ เปิดช่องแทรกแซงข่าว
"ไทยพีบีเอส" แจงผลปฏิบัติงานปี 68 ยืนหยัดเป็นเสาหลักระบบนิเวศสื่อสาธารณะ
