ตลาดซีรีส์โลกโตแรง ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

เศรษฐกิจ
13:06
จำนวนผู้ชม 17
Thai PBS
ตลาดซีรีส์โลกโตแรง  ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

อุตสาหกรรมละครและซีรีส์โลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงและการปรับตัวของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ตลาดละครและซีรีส์มีมูลค่าประมาณ 182.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 7.1% ต่อปี จนมีมูลค่าประมาณ 315 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง  ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต คือ การลงทุนอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Disney+, Amazon Prime Video และผู้ให้บริการในภูมิภาคต่าง ๆ ที่มุ่งพัฒนาซีรีส์ต้นฉบับ (Original Series) คุณภาพสูงเพื่อรักษาฐานผู้ชมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านคำบรรยายและการพากย์เสียงหลายภาษา ซึ่งช่วยให้คอนเทนต์สามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้ง่ายขึ้น

นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ให้ สัมภาษณ์ "ไทยพีบีเอสออนไลน์" ถึงทิศทาง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์ไทยมีศักยภาพสร้างรายได้จากต่างประเทศ ซึ่งกรมฯ เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่เวทีการค้าระหว่างประเทศ เพื่อขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากคอนเทนต์ไทย ล่าสุดประเทศไทยเข้าร่วมงาน Asian Contents & Film Market 2026 (ACFM 2026) ซึ่งจัดควบคู่กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน (BIFF) ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตลาด โดยไทยได้รับเลือกเป็นประเทศเกียรติยศ (Country of Honor) ประเทศแรกของงาน ช่วยประชาสัมพันธ์ศักยภาพอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย และเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และพันธมิตรจากทั่วโลก

นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)

นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)

ดัน 20 บริษัทไทย ขยายโอกาสขาย IP

ทั้งนี้กรมฯ ผู้ประกอบการไทย 20 บริษัทเข้าร่วมเจรจาธุรกิจภายใต้ Thailand Pavilion แบ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ 12 บริษัท ผู้ผลิตรายการและละครโทรทัศน์ 6 บริษัท และผู้ให้บริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2 บริษัท พร้อมนำภาพยนตร์ไทย 5 เรื่องเข้าร่วม Busan Story Market เพื่อเสนอขายสิทธิ์นำไปสร้างใหม่ (Remake IP) และเชื่อมโยงกับผู้สร้าง นักลงทุน และพันธมิตรต่างประเทศ โดยกรมฯคาดว่าการเจรจาการค้าคาดการณ์รวม 767.21 ล้านบาท จากการนัดหมายเจรจา 396 นัดหมาย ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทภายใน 5 ปี สะท้อนโอกาสทางธุรกิจของคอนเทนต์ไทยในตลาดต่างประเทศโดยมูลค่าส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 2–5 ปี สะท้อนโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว

ทั้งนี้ ในปี 2568 มีผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วม ACFM จับคู่เจรจาการค้าได้ 244 คู่ มูลค่ารวม 544.39 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าซื้อขายทันที 67.08 ล้านบาท มูลค่าคาดการณ์ภายใน 1 ปี 164.77 ล้านบาท และภายใน 2–5 ปี 312.54 ล้านบาท

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง  ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะจากการส่งออกผลงานและขายลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปสู่การร่วมผลิตระหว่างประเทศ บริการด้านการผลิต และการนำ IP ไปพัฒนาเป็นผลงานใหม่ในตลาดต่าง ๆ ช่วยเพิ่มช่องทางรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นโอกาสทางการค้า รายได้ และมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับสู่ประเทศไทย

เชื่อมข้อมูลตลาด เปิดช่องทางส่งออก

นอกจากนี้ กรมฯเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าและเวทีธุรกิจระดับนานาชาติ พร้อมใช้เครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 58 สำนักงาน ใน 43 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก เชื่อมโยงข้อมูลตลาด ความต้องการของผู้บริโภค และช่องทางจำหน่ายที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและผลักดันคอนเทนต์ไทยให้เติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง  ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

อธิบดีฯ กล่าวอีกว่า ธุรกิจละครและซีรีส์ไทยโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อไทย ซึ่ง PwC Thailand คาดการณ์ว่า มีมูลค่า 700,939 ล้านบาทในปี 2568 (+4%) โดยกลุ่มโทรทัศน์และวิดีโอซึ่งรวมธุรกิจละครและซีรีส์ มีมูลค่าประมาณ 112,000 ล้านบาท แรงขับเคลื่อนมาจากแพลตฟอร์ม OTT และการรับชมผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ

เนื้อหาละครชีวิต ดราม่าครอบครัว ซีรีส์วัยรุ่น รวมถึง BL (Boy’s Love) และ GL (Girls’ Love) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะซีรีส์ BL มีมูลค่าตลาดกว่า 4,900 ล้านบาท และกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มคอนเทนต์ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับสากล

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง  ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ทั้งนี้ซีรีส์แนวดราม่า โรแมนติก และคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไทย นอกจากนี้ การพัฒนาระบบคำบรรยายและการพากย์เสียงหลายภาษา ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ชมในระดับสากลและขยายมูลค่าการส่งออกลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับระยะต่อไป อุตสาหกรรมละครและซีรีส์ไทยมีแนวโน้มปรับตัวจากการผลิตคอนเทนต์เพื่อการออกอากาศเพียงอย่างเดียว ไปสู่การพัฒนารูปแบบ Content IP Business ที่สามารถต่อยอดไปสู่กิจกรรม Fan Meeting การเป็น Presenter, KOL และศิลปิน และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ มากขึ้น

โดยปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก คือ คุณภาพเนื้อหา การพัฒนาบทให้ตอบโจทย์ผู้ชมต่างประเทศ การใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการวิเคราะห์ตลาด การแปลและพากย์เสียงเป็นภาษาท้องถิ่นคุณภาพสูง รวมถึงการสร้างแบรนด์คอนเทนต์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล และการต่อยอดรายได้จากกิจกรรมแฟนคลับและสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง

จุดแข็ง-โอกาสของอุตสาหกรรมละคร ซีรีส์ไทย

นายวราวุฒิ กล่าวว่า ความหลากหลายและเอกลักษณ์ของเนื้อหา สามารถข้ามวัฒนธรรมได้ ทั้งในด้านแนวเรื่อง ทั้ง โรแมนติก สยองขวัญ ประวัติศาสตร์ แอ็กชัน และวัยรุ่น โดยเฉพาะ BL และ GL ซึ่งเป็นภาษาสากลที่ผู้ชมต่างประเทศเข้าใจง่าย มีเอกลักษณ์ไทยชัดเจน เช่น มวยไทย วัฒนธรรม และเรื่องเล่า รสไทย ทำให้ได้รับความนิยมทั่วโลก ในขณะที่ฐานความนิยมในระดับภูมิภาค อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเอเชียแข็งแรงมาก ผู้ชมในหลายประเทศยอมรับ

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง  ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เว็บไซต์ผิดกฎหมาย และสื่อสังคมออนไลน์ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ รวมถึงรายได้ต่อเนื่องจากศิลปิน กิจกรรม Fan Meeting และ Merchandise ที่มีมูลค่าสูงด้วย รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก การแข่งขันจากผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ในภูมิภาค เช่น จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นที่มีงบประมาณการผลิตและการตลาดสูงกว่า ระบบสนับสนุนจากภาครัฐที่เข้มแข็ง และเครือข่ายการตลาดระดับโลก

สำหรับอุตสาหกรรมคอนเทนต์วาย ยังคงเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันยังไม่มีการประเมินมูลค่าตลาดโลกที่ชัดเจน เนื่องจากรายได้กระจายอยู่ในหลายรูปแบบ ทั้งการจำหน่ายลิขสิทธิ์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิง กิจกรรมแฟนคลับ สินค้าลิขสิทธิ์ และธุรกิจต่อเนื่องอื่น ๆ

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง  ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ตลาดซีรีส์โลกโตแรง ดัน “คอนเทนต์ไทย” ชู BL–GL ชิงส่วนแบ่งตลาด

ภูมิภาคเอเชียยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมคอนเทนต์วาย โดยมีประเทศไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันเป็นตลาดและแหล่งผลิตสำคัญ ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มสตรีมมิง (OTT) ช่วยให้คอนเทนต์สามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้สะดวกขึ้น และเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดของผู้ผลิตจากเอเชีย

ขณะเดียวกัน แนวโน้มที่เติบโตอย่างโดดเด่น คือ ละครแนวตั้งตอนสั้น (Vertical Drama หรือ Short-form Series) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในจีน สหรัฐอเมริกา และหลายประเทศทั่วโลก โดยเป็นคอนเทนต์ที่ออกแบบสำหรับการรับชมผ่านโทรศัพท์มือถือในรูปแบบแนวตั้ง ความยาวตอนละ 1–3 นาที และเน้นการดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว กระชับ และเข้าถึงผู้ชมได้ทันที ตลาด Vertical Drama เติบโตสูงกว่า 20–25% ต่อปี ได้รับแรงสนับสนุนจากพฤติกรรมการรับชมของกลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Millennials ที่นิยมคอนเทนต์สั้นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ส่งผลให้อุตสาหกรรมละครและซีรีส์โลกกำลังปรับตัวสู่การผสมผสานระหว่างคอนเทนต์คุณภาพสูงรูปแบบดั้งเดิมและคอนเทนต์รูปแบบสั้น ในขณะที่ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ผลิตซีรีส์วายครองส่วนแบ่งตลาดเอเชียประมาณ 53–55.9%

อ่านข่าว:

35 ปี เวที IMF–World Bank ไทยเปลี่ยนโจทย์ “ดึงเงินทุน” สู่ “เทคโนโลยี”

“เอกนิติ” ชูเวที IMF–World Bank ดึงทุนโลก–ดัน “Bangkok Blueprint”

พาณิชย์ เปิดเกมรุกตลาดใหม่ปี 70 เผยปี69 มูลค่าการค้า ทะลุ 1.63 แสนล้าน